
'ทุกข์'ที่รบ.แจกมาพร้อมระบบประชานิยม
'ความทุกข์'ที่รัฐบาลแจกมาพร้อมระบบประชานิยม: กระดานความคิด โดยพล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์
ปัจจุบันมนุษย์เรากำลังอยู่ในปลายยุคโลกาภิวัตน์แล้ว นวัตกรรมทางเทคโนโลยีอันทันสมัยได้เชื่อมโยงปัญหาต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรมเข้าหากันทั่วโลก ทั้งทางด้านสังคม, วิทยาศาสตร์ และเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดแบบแยกกันไม่ออก (Homogenization) จนทำให้เกิดลัทธิเสรีนิยมใหม่ (Neo Neoliberalism) ขึ้นมา ดังนั้นโลกาภิวัตน์จึงกลายเป็นตัวก่อปัญหาร้ายๆ ขึ้นมามากว่าเรื่องที่ดี
โลกาภิวัตน์จะเป็นอะไรก็ตาม แต่สิ่งที่โลกาภิวัตน์ได้ทำอยู่คือการทำคนมีความรู้ และคนรวยได้เปรียบเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน นอกจากนั้นยังทำให้โลกมีลักษณะแคบลง “ความทุกข์” จากประเทศหนึ่งจึงเคลื่อนที่เข้ามาสู่อีกประเทศหนึ่งได้โดยง่ายและรวดเร็วจนแก้ไขแทบไม่ทัน ในปลายปี 2554 กระแสโลกาภิวัตน์ได้นำ “วิกฤติเศรษฐกิจ” จากระบบประชานิยมในซีกโลกตะวันตกมาแจกจ่ายไปทั่วทุกประเทศอย่างเท่าเทียมกัน แต่ทุกข์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2556 นั้นน่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนประเทศไทยคงไม่สามารถรุกกลับหรือเบี่ยงเบนกระแส “เรื่องประชานิยม” ให้มาเป็นประโยชน์ได้เหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา เพราะองค์ประกอบพลังอำนาจของชาติในประเทศไทยกำลังเสื่อมทรุดลงอย่างรวดเร็วตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการขาดความสามัคคีของคนในชาติ, การทุจริตอย่างเปิดเผย, กระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นเลือก “สีแดง” มากกว่า “สีอื่น” และการดื้อดึงใช้ประชานิยมอย่างไม่มีขอบเขต ดังนั้นการสงบนิ่ง ปล่อยให้ปัญหานี้ผ่านพ้นประเทศไปเหมือนทุกครั้งก็ยังเป็นเรื่องที่ลำบาก “ความทุกข์” จากระบบประชานิยมและรากเหง้าของการทุจริตก็จะส่งผลกระทบต่อคนไทยโดยทั่วหน้า มากบ้าง น้อยบ้าง ผู้เขียนจึงขอเสนอให้ทุกคนทำใจให้ได้เพื่อเป็นการลดความทุกข์ให้ลดน้อยลง เพื่อจะได้มีการเตรียมรับมือตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ซึ่งคงจะให้ประโยชน์ในทางที่ดีบ้างไม่มากก็น้อยยามเมื่อความทุกข์มาถึง รวมทั้งผลกระทบของความทุกข์จากโจรผู้ร้ายที่จะเพิ่มมากขึ้นด้วย
"ความสุข” นั้นมีอยู่มากมายรอบๆ ตัวเรา รอเวลาที่มนุษย์จะหยิบฉวยมาใช้ แต่ก็เป็นเรื่องที่แปลกมาก เพราะมนุษย์ไม่ว่าจะรวยหรือจนกว่าจะหยิบฉวยความสุขมาได้แต่ละครั้งนั้นแสนที่จะยากลำบาก แต่ที่ลำบากกว่าคือการรักษาความสุขให้อยู่ต่อไปอย่างยาวนาน ความสุขที่จะเกิดขึ้นนั้นต้องมีองค์ประกอบหลัก 3 ประการ ได้แก่ 1.การไม่มีโรคภัยไข้เจ็บร้ายแรงมารังควาน 2.การใช้ชีวิตอยู่ในทางสายกลางให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เช่น กินอย่าให้มากนัก, นอนให้พอดี, ทำงานอย่าหักโหม, กำไรจากการค้ามากก็เจือจุนสังคมบ้าง ฯลฯ และ 3.การได้อยู่ในสังคมที่เป็นสุข
องค์ประกอบทั้งสามข้อนี้จะเห็นได้ว่าเป็นเรื่องค่อนข้างลำบากที่มนุษย์เราจะปฏิบัติได้ครบสมบูรณ์ เพราะการที่ไม่มีโรคภัยร้ายแรงนั้นเป็นเรื่องที่เหนือการควบคุมของมนุษย์ ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตให้อยู่ในทางสายกลางก็เป็นเรื่องลำบากมากในปัจจุบันนี้ เพราะรัฐบาลนำประชานิยมมาเป็นนโยบายหลัก หลอกล่อให้ประชาชนเห็นแก่ความสุขเฉพาะหน้า แบมือ แบเท้ารอผลบุญประชานิยมที่รัฐบาลจะแจกจ่ายมาให้ จนทำงานไม่เป็นกันแล้ว ส่วนการที่อยู่ในสังคมที่เป็นสุขนั้น แทบเป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะรัฐบาลยังให้น้ำหนักแก่ “คนเสื้อแดง” มากกว่าประชาชนทั้งประเทศ จึงทำให้การรักษากฎหมายของบ้านเมืองมีหลายมาตรฐาน โจรเล็ก โจรน้อยจึงเกิดขึ้นมากมาย สถาบันฯ ที่ประชาชนเคารพบูชาและเป็น “ศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ” ก็ถูกบ่อนทำลาย โดยรัฐบาลไม่ได้เข้ามาสนใจแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง นอกจาก “พูด” อย่างเดียว นอกจากนั้นผลการสำรวจพบว่าความรุนแรงจากการทุจริตคอร์รัปชั่นเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ดังนั้นปีหน้านี้มันจะรุนแรงขึ้นขนาดไหนก็ไม่มีใครรู้ แค่นี้ก็พอบอกได้แล้วว่า ปี 2556 จะเป็นปีที่ “ทุกข์” เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นสีอะไรก็ตาม ใครที่ไม่มีทุกข์จากเศรษฐกิจก็จะเจอทุกข์จากโจรผู้ร้ายที่ยากจนและทำงานการไม่เป็นขึ้นมาแทน รวยหรือจนก็ต้องตกอยู่ในทุกข์เหมือนๆ กันครับ



