คอลัมนิสต์

การเมืองก่อวิตกจริต

การเมืองก่อวิตกจริต

13 ก.ย. 2555

การเมืองก่อวิตกจริต : บทบรรณาธิการประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ.2555

             ขณะ ชาวนนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร หลายคนตกอยู่ในอาการทุกข์ร้อนนอนไม่หลับ จิตใจว้าวุ่นพะวักพะวนอยู่กับข่าวน้ำท่วม เพราะกลัวว่าฝันร้ายกำลังจะมาเยือนในอีกไม่นานนี้เหมือนเมื่อปลายปี 2554 บางรายอาจตื่นตระหนกวิตกจริตถึงขั้นตระเตรียมข้าวสารอาหารแห้งเอาไว้พร้อม แต่ก็มีความจริงที่แสดงผ่านตัวเลขสถิติล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา ว่า ถ้าหากฝนฟ้าไม่วิปริตชนิดโหมกระหน่ำตกซ้ำตกซากข้ามวันข้ามคืนด้วยพายุไต้ฝุ่น โซนร้อน ดีเปรสชัน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้แล้ว เหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำรอยเดิมเมื่อปีกลายไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

             ตัวเลขของกรมชลประทานระบุดังนี้ ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล จ.ตาก วัดได้ 7,058 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 52% ของความจุอ่าง เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 11,089 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ วัดได้ 5,817 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 61% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีน้ำอยู่ในอ่างเกือบเต็มอ่างที่ 9,048 ล้านลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทางภาคเหนือทั้งหมด 7 เขื่อน ซึ่งเคยเป็นต้นเหตุให้เกิดน้ำท่วมภาคกลางและกรุงเทพฯ เมื่อปีก่อน พบว่า ขณะนี้มีน้ำอยู่ในอ่าง 13,760 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ความจุอ่างอยู่ที่ 24,751 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังรับน้ำได้อีกกว่าหมื่นล้านลูกบาศก์เมตร แต่ในช่วงเดียวกันของปีก่อนระดับน้ำอยู่ที่ 21,712 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือปริ่มๆ อ่างเลยทีเดียว นั่นคือที่มาของการเร่งระบายน้ำทิ้งเพื่อรักษาเขื่อนจนหลากท่วมกันไปทั่ว

             แต่ข้อเท็จจริงชุดเดียวกันนี้ เมื่อถูกนำไปอธิบายทำความเข้าใจกับประชาชนผ่านนักการเมือง หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคนในคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กลับปรากฏผลทางตรงกันข้าม บ้างว่า ปีที่แล้วก็เห็นพูดๆ ว่าเอาอยู่ๆ แต่สุดท้ายก็ท่วมจนมิดหัว บ้างก็ว่า ออกจากปากรัฐมนตรีคนนั้นละก็ เตรียมขนของขึ้นที่สูง เตรียมเรือเตรียมแพเอาไว้ล่วงหน้าได้เลย บางคนถึงขนาดโพสต์ข้อความชักชวนกันให้ตุน "ถุงยังชีพ" กันเสียตั้งแต่วันนี้เลยทีเดียว ซึ่งถึงแม้ว่าปฏิกิริยาเหล่านี้จะมีเรื่องการเมือง มีความชอบไม่ชอบ และเป็นตลกร้ายเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความน่าเชื่อถือของฝ่ายการเมืองในเรื่องที่ว่าด้วยการป้องกันภัยพิบัตินั้นอยู่ในสภาพเป็นศูนย์หรือติดลบ

             ตัวอย่างดังกล่าวชี้ชัดว่า แม้ฝ่ายการเมืองจะมีข้อมูลข้อเท็จจริงหนุนหลังอยู่อย่างครบถ้วนรอบด้าน หากแต่ในสถานการณ์ของความตื่นตระหนก นักการเมืองจะอาศัย "ลีลา" อธิบายปากเปล่า เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว ยิ่งถ้าหากเกิดเหตุซ้ำรอยกรณีน้ำท่วมสุโขทัยขึ้นอีก ประชาชนก็จะยิ่งตื่นกลัวจนสับสนอลหม่านขึ้นได้ การทำความเข้าใจผ่านระบบสื่อสารมวลชนของรัฐเท่าที่มีอยู่โดยนักการเมืองที่รู้แจ้งรู้จริง จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดที่จะหยุดความตื่นตระหนกเพื่อตั้งมั่นอย่างสงบเพื่อพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์