
วัฒนธรรมฆ่าน้องฟ้องนายขายเพื่อน
วัฒนธรรมฆ่าน้องฟ้องนายขายเพื่อน : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
น้ำเสียงของนายตำรวจใหญ่ พล.ต.ต.นพดล เผือกโสมณ ผู้ทำหน้าที่ในคณะกรรมการกำกับและติดตามการทำงานการพัฒนาระบบงานสืบสวนอุบัติเหตุทางถนนเพื่อการแก้ไขและป้องกันอย่างบูรณาการ แสดงให้เห็นถึงความประทับใจในเหตุการณ์ที่ผ่านมา
นายตำรวจใหญ่เล่าว่า "ประหลาดใจ ไม่เคยคิดว่าตำรวจในพื้นที่จะเตรียมความพร้อมและตั้งใจทำงานด้านอุบัติเหตุทางถนนกันมากขนาดนี้ ขนาดไปถึงพื้นที่เย็นมากแล้วแต่ผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองอุบลราชธานีก็ยังยืนยันความพร้อมที่จะนำเสนอผลการทำงานในการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุทางถนนโดยการใช้ระบบข้อมูลในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระทำขึ้นในบทบาทของตำรวจผู้มีหน้าที่รักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนไทย”
ผลการปฏิบัติงานถูกนำเสนอและสะท้อนภาพของความตั้งใจอย่างแข็งขันของตำรวจผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ภายใต้การนำโดยหัวหน้าสถานีซึ่งโดยปกติแล้วหัวหน้าสถานีตำรวจหรือผู้บริหารตำรวจระดับสูงให้ความสนใจต่อการทำงานในการปกป้องและรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากอุบัติเหตุทางถนนน้อยมาก นายๆ ของตำรวจส่วนใหญ่มักให้ความสนใจกับการรักษาชีวิตของประชาชนจากคดีอาชญากรรมซึ่งมีอัตราการตายน้อยกว่าถึง 4 เท่า
"รอยยิ้มของนางฟ้า" คือชื่อของหนังสือเล่มเล็กๆ ที่ผู้กำกับสถานีตำรวจเมืองอุบลธานีมอบให้เป็นที่ระลึกแก่คณะทำงานที่ไปตรวจเยี่ยม
เรื่องราวของเด็กสาวนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 ที่ต้องจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทางถนนในสภาพที่สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้คนทั้งประเทศในเหตุการณ์รถเก๋งชนรถตู้บนทางด่วนโทลล์เวย์เป็นแรงบันดาลใจของผู้กำกับที่ส่งผลให้เห็นรูปธรรมแห่งความมุ่งมั่น มานะ พยายามในการปฏิบัติงานเพื่อไม่ให้พ่อแม่คนอื่นๆ ต้องมาสูญเสียลูกอันเป็นดวงใจ เป็นสุดที่รัก เฉกเช่นที่นายตำรวจใหญ่ต้องสูญเสียลูกสาวคนนี้ไป "ผมไม่อยากให้ใครต้องมาเสียลูกอันเป็นที่รักไปเหมือนผม” ผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองอุบลฯ กล่าว
ลูกตำรวจตายด้วยอุบัติเหตุทางถนนยังไม่สะเทือนใจเท่าตำรวจผู้ปฏิบัติงานต้องมาเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทางถนน เพียงเพราะการขาดสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย สำนึกว่าถนนที่ใช้ในการคมนาคมเป็นถนนสาธารณะที่ไม่มีใครมีสิทธิที่จะใช้เพื่อการทดสอบความเร็วของรถ ถึงแม้ว่าจะเป็นอัครมหาเศรษฐี มีเงินร่ำรวยประการใดก็มีสิทธิเท่าเทียมกับคนไทยคนอื่นๆ ในการใช้ถนนสาธารณะภายใต้กฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายด้วยมาตรฐานเดียวกัน
ตำรวจหนุ่มเคราะห์ร้ายถูกรถเก๋งคันหรูชนอย่างแรงและไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ นอนตายกลางถนนเป็นสภาพที่น่าหดหู่และน่าสะเทือนใจ หากแต่มีเหตุแห่งความสะเทือนใจที่รุนแรงมากกว่าเมื่อ "พี่" หรือผู้บังคับบัญชากลับพยายามที่จะปกป้องช่วยเหลือคนผิดเพียงเพราะเขาคือคนรวย(และอาจมีอำนาจที่จะช่วยเหลือสนับสนุนเขาได้ในโอกาสภายภาคหน้า)
วัฒนธรรมการวิ่งเข้าหาเถ้าแก่ ผู้ประกอบการ หรือผู้มีอำนาจที่สามารถช่วยเหลือตำรวจในเรื่องต่างๆ ไม่เว้นแม้กระทั่ง "การออกตั๋ว" เพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพของตำรวจนั้นเป็นเรื่องที่ก่อร่างมานานนับสิบปีจนอาจกล่าวได้ว่า "ตั๋วเจ้าสัวแข็งกว่าตั๋วนายตำรวจ หรือตั๋วของนักการเมืองบางคนเสียอีก”
ในเมื่ออำนาจเงินของเจ้าสัว สามารถแปลงเป็นอำนาจและบารมีในการส่งเสริมสนับสนุนความก้าวหน้า ยศถาบรรดาศักดิ์ในโลกของตำรวจได้มากกว่าผลการปฏิบัติงานในการเป็นตำรวจที่ดีของประชาชน หรือผู้บังคับบัญชาที่ดีของลูกน้องแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่นายตำรวจส่วนหนึ่งจะหน้ามืด สิ้นคิด และยอมพ่ายต่อความเน่าเฟะของระบบคุณธรรมในการทำงานจนยอมทำในสิ่งที่น่าละอายเพื่อเงินและอำนาจ...ยอมที่จะฆ่า(ลูก)น้องของตนเอง
เรื่องราวการกระทำที่อดสูนี้ หากพิจารณาให้ลึกซึ้งจะพบว่ามิใช่ปัญหาระดับบุคคลแต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างและวัฒนธรรมขององค์กรตำรวจต่างหาก !



