คอลัมนิสต์

ลดยาเสพติดแบบคู่ขนาน

ลดยาเสพติดแบบคู่ขนาน

12 ก.ย. 2555

ลดยาเสพติดแบบคู่ขนาน : บทบรรณาธิการประจำวันที่12ก.ย.2555

               สถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบัน กำลังขยายตัวและมีทีท่าว่าอาจเกิดการรวมกลุ่มกันของกลุ่มพ่อค้ายาในหลายประเทศของภูมิภาคอาเซียน ด้วยมีข้อมูลจากหน่วยงานด้านปราบปรามยาเสพติดพบว่า เครือข่ายเริ่มมีการเชื่อมโยงกันบางแล้วตั้งแต่แหล่งผลิตจนถึงระบบการขนส่งออกสู่ตลาด ดูจากยาเสพติดที่จับกุมได้แต่ละครั้งมีปริมาณมหาศาลในยาเสพติดเกือบทุกประเภทไม่ว่ายาบ้า ยาไอซ์หรือแม้แต่โคเคนที่กลุ่มไฮโซเริ่มใช้มากขึ้น นโยบายการปราบปรามของรัฐบาลที่คุมเข้มอย่างต่อเนื่องก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ยาเสพติดยังคงทะลักเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
 
               การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังตั้งแต่การจับกุม ขยายผล จนถึงยึดทรัพย์ แม้จะช่วยลดเครือข่ายได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์คลี่คลายหรือลดน้อยลงไป แม้รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเน้นการปราบปรามและให้ความสำคัญ แต่นโยบายของหลายรัฐบาลที่ผ่านมาก็ยังไม่นิ่ง ความเข้มข้นในนโยบายการปราบปรามยาจะปรับไปอีกโหมดหนึ่งตามความถนัดหรือนโยบายของนักการเมืองยุคนั้นๆ ถ้าดูจากปริมาณยาที่ยึดได้และสถานการณ์โดยรวมจะเห็นว่าการจับกุมเพียงอย่างเดียวใช้ไม่ได้ผล ยังมีเครือข่ายอีกมากมายที่กลายเป็นตัวตายตัวแทน หรือถึงแม้พ่อค้ารายใหญ่แม้จะถูกจับกุมคุมขัง แต่ยังสามารถติดต่อกับวงจรซึ่งอยู่ภายนอกเรือนจำได้ ทำให้ระบบการค้ายังคงเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง
 
               หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.มารับหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แทน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็น ผบ.ตร. นโยบายการปราบปรามยาเสพติดอาจมีอะไรใหม่กว่าการจับกุมอย่างที่ผ่านมาที่เน้นการบังคับใช้กฎหมายคือ เข้ากวาดล้างกลุ่มหรือขบวนการค้ายา ขณะเดียวกันในแง่ของผู้เสพ มีหลายส่วนที่ถูกส่งตัวเข้าไปบำบัดรักษาแทนการลงโทษทางคดี บางคนก็เลิกยาเสพติดได้ถาวร บางคนก็ยังอยู่ในวังวนเดิม เป็นวัฏจักรแบบนี้มานาน
 
               นโยบายหรือแนวทางหนึ่งในการลดปัญหายาเสพติดที่ยั้งยืนน่าจะเกิดจากส่วนคู่ขนานคือ สังคม และครอบครัว การทำสองส่วนนี้ให้เข้มแข็งน่าจะช่วยลดปัญหาได้มาก การเข้าถึงชุมชน เข้าถึงสถาบันการศึกษา หากิจกรรมให้เด็กๆ ในพื้นที่ยากจนในเขตเมืองและชนบททำ เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและส่งเสริมการกีฬาที่เท่าเทียม รัฐบาลต้องสนับสนุนงบประมาณทุ่มลงไป สร้างชุมชนให้เป็นสีขาว ปัจจัยเหล่านี้ล้วนลดความเสี่ยงในการใช้ยาเสพติดของเยาวชน ตัดวงจรได้มาก เห็นบางหน่วยงานเช่น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีโครงการ "ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน" เป็นงานลักษณะเข้าหาประชาชนเน้นสร้างความเข้าใจ เข้าไปช่วยเหลือชุมชนในทุกๆ ด้าน แต่โครงการแบบนี้ก็ยังน้อยและไม่ใช่ตำรวจที่ทำได้ฝ่ายเดียว แม้แต่สถานศึกษาหรือหน่วยงานเช่นกระทรวงมหาดไทย, กระทรวงยุติธรรม หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็สามารถทำได้ใช้ชุมชนใกล้เคียงหรือหาพื้นที่รองรับ ถ้านโยบายคู่ขนานเข้มแข็งจะลดปัญหาได้ รัฐบาลต้องเพิ่มแนวทางแบบนี้มากกว่าการจับกุมเพียงอย่างเดียว