คอลัมนิสต์

คิดการใหญ่ระวังสะดุดขาหน้าคะมำ

คิดการใหญ่ระวังสะดุดขาหน้าคะมำ

11 ก.ย. 2555

คิดการใหญ่ระวังสะดุดขาหน้าคะมำ : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา

            การจัดระเบียบการตรวจสอบการทุจริตผ่านหน่วยงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กำลังเข้มข้น เพราะยังหาตัวคนมาทำหน้าที่แทน พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ ไม่ได้
 
            พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เอง ก็ชิงออกตัวว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งตำแหน่ง เลขาฯ ป.ป.ท. เพราะเป็นอำนาจของปลัดกระทรวง "รัฐตำรวจ" จึงยังไม่เสร็จสมบูรณ์
 
            ทั้งที่กระทรวงยุติธรรมในวันนี้เต็มไปด้วยอดีตนายตำรวจเข้าคุมกลไกหลักของกระทรวงทั้งหมด ตั้งแต่เจ้ากระทรวง ไล่มาที่ ป.ป.ส. ป.ป.ท. กรมราชทัณฑ์ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
 
            นี่หากนับเอาเลขาฯ สมช. ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งฯ ที่เป็นอดีตตำรวจติดตาม ก็ยิ่งชัด
 
            ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั่น ไม่ต้องพูดถึง เอาเฉพาะที่ บช.น. ทั้งรูปทั้งป้ายในห้องนายตำรวจใหญ่ ตัว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.เอง ก็ยอมรับหน้าชื่นตาบานว่า มีวันนี้ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
 
            การแต่งตั้งโยกย้ายปีนี้จึงเต็มไปด้วยกระแสข่าวว่า บรรดาข้าราชการทั้งหลายที่อยู่ในส่วนที่คุมกลไกการทำงาน ต่างก็พากันเดินทางไปพบปะกับคนไกลกันไม่ขาดสาย
 
            ไม่เว้นกระทั่งคนในกองทัพ !
 
            ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ บัญชีโยกย้ายนายทหารก็ส่งไปหา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแล้ว
 
            ถึงแม้การเปลี่ยนแปลงในกองทัพครั้งนี้จะไม่มากนัก เอาเฉพาะตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อเพิ่มเสียงในคณะกรรมการกระทรวง แต่ในอนาคตต่างก็รู้กันดีว่า ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังคืบคลานเข้ามาแล้ว
 
            ถึงแม้เสียงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.จะยังกร้าว แต่เต็มที่ก็ถึงปี 2557 ก็ต้องส่งไม้ต่อให้น้องๆ ที่มองกันว่า น่าจะเป็น พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 คนปัจจุบัน
 
            ความแข็งกร้าวก็อาจจะต่ออายุไปได้อีกราว 2-3 ปี
 
            นั่นคือส่วนยอดของกองทัพ
 
            แต่ส่วนฐานของกองทัพนั้น การเปลี่ยนแปลงได้เริ่มต้นแล้ว นับแต่ระดับเริ่มเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ที่ถูกวางกันไว้แต่แรก
 
            เช่นเดียวกัน ระดับนายร้อย และระดับผู้พัน
 
            ว่ากันว่า สาย "พี่มีแต่ให้" กำลังเข้มแข็งและเข้มข้นขึ้นทุกขณะ
 
            หากเป็นไปตามแผน ไม่เกิน 7 ปี กองทัพทั้งหมดจะมีสภาพไม่ต่างจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 
            ถ้าไม่สะดุดอะไรจนหน้าคะมำไปเสียก่อน ความเปลี่ยนแปลงก็จะมีขึ้นไปพร้อมๆ กับหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่นๆ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยที่ลงลึกถึงรากหญ้า
 
            ถามว่าอะไรที่จะทำให้สะดุด
 
            ก็คงจะเป็นกรณีเทิดทูนพี่ ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ดูจะสุ่มเสี่ยงกว่าใครเพื่อนในตอนนี้
 
            ไม่ใช่เสี่ยงแต่ที่ตัว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ หากแต่อาจยาวไปถึง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ผู้บังคับบัญชาโดยตรง และอาจยาวไปถึงนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่เป็นทั้งนายกฯ เป็นผู้บังคับบัญชา และเป็นประธานคณะกรรมการตำรวจ
 
            สิ่งที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ พูด แสดงออก และติดรูปคู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ติดยศให้ อาจทำไปด้วยใจบริสุทธิ์
 
            แต่เมื่อใครๆ เห็นแล้วต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "เสี่ยง"
 
            แล้วหากเรื่องนี้พาให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ "ซวย" เพราะอาจมีคนไปฟ้อง ไปร้องให้เป็นเรื่องขึ้นมาจะทำอย่างไร
 
            ถึงได้บอกแต่แรกว่า กรณีนี้อาจทำให้แผนสะดุดจนหน้าคะมำ
 
            เข้าทางฝ่ายตรงกันข้ามที่มุ่งหวังจะให้ "ชินวัตร" หลุดพ้นจากวงจรอำนาจอยู่แล้ว
 
            แต่ที่ผ่านมาทำอะไรไม่ได้ เพราะทางการเมืองก็พ่ายต่อจำนวนเสียงเลือกตั้ง
 
            หนทางเดียวที่จะเกิดปาฏิหาริย์กลับขั้วก็ได้จากเรื่องอย่างนี้เท่านั้น
 
            จะให้กองทัพเป็นตัวช่วย ก็ไร้เหตุปัจจัย ที่จะไปกระตุ้นให้ทหารกล้าเสี่ยง

.........

(หมายเหตุ : คิดการใหญ่ระวังสะดุดขาหน้าคะมำ : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา)