
เลือกข้างแล้วได้ดี
เลือกข้างแล้วได้ดี : บทบรรณาธิการประจำวันที่11กัยายน พ.ศ.2555
"มีวันนี้ เพราะพี่ให้" ที่ตกเป็นข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนเจ้าของประโยคทองนี้คงไม่ได้คิดอะไรมาก คิดแต่เพียงว่า สิ่งที่ได้ทำนั้นแสดงให้เห็นถึงความซาบซึ้ง และสำนึกในบุญคุณที่ตนเองได้รับ แต่ในอีกมุมหนึ่งการได้รับลาภยศสิ่งของจากผู้บังคับบัญชาเป็นพิเศษและแสดงออกมาอย่างที่ว่า ก็อาจส่งผลถึงระบบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการจากที่ยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พยายามปฏิรูประบบราชการมาแล้วให้ย้อนกลับไปสูยุคอุปถัมภ์ค้ำชูกลับไปสู่คำพูดประชดประเทียดว่า ค่าของคนอยู่ที่คนของใครอีกครั้ง ชนิดกู่ไม่กลับ อย่าว่าแต่ "พี่" ที่ให้มานั้นเป็นบุคคลที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี และกำลังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งไม่ควรด้วยประการทั้งปวงอยู่แล้ว
จริงอยู่การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่ผ่านมา ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด มักจะมีเรื่องให้เกิดการร้องเรียนอยู่เสมอ แต่เมื่อมาถึงยุคที่ใครทำให้ ใครเลือกข้างก็จะได้ จะสมหวัง จุดนี้จะทำให้บรรดาข้าราชการทั้งหลายก็คงไม่ต้องคิดอะไรมาก ระบบคุณธรรม ระบบบริหารงานบุคคล หรืองานที่จะส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนก็คงจะเป็นส่วนที่มาทีหลัง เพราะต่างก็รู้ดีว่า มีผู้มีบารมีที่อยู่เหนือกฎหมายสามารถเนรมิตสิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถทำให้ได้ ถึงแม้ว่าข้าราชการผู้นั้นจะมีความรู้ความสามารถ แต่หากเห็นตัวอย่าง รู้ว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วจะได้ ก็คงเลือกที่จะเดินในเส้นทางที่เชื่อมั่นว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้อง สร้างความก้าวหน้าให้แก่ตน ทั้งที่รู้แก่ใจว่าไม่ถูก ไม่ควร
สำนักงาน ก.พ.นั้น มีหลักในการพัฒนาข้าราชการโดยยึดหลักสมรรถนะ และการพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อให้ข้าราชการเป็นผู้ปฏิบัติงานที่ทรงความรู้ สามารถปฏิบัติงานภายใต้หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และระบบบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง สามารถพัฒนางานในหน้าที่อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ โดยการพัฒนาที่เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ซึ่งผลจากตรงนี้จะส่งผลดีต่อประชาชนที่มารับบริการโดยตรง
แต่หากการเติบโตของข้าราชการที่ก้าวขึ้นมาเพราะระบบเส้นสายการวิ่งเต้นแล้ว ประชาชนจะยืนอยู่ตรงไหน ความเดือดร้อนของประชาชนใครจะมารับผิดชอบ ยิ่งในภาวะที่ประเทศไทยยังเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติเช่นนี้ ใครจะเข้าไปช่วยเหลือเยียวยา หนำซ้ำความแตกแยกที่ยังมีอยู่ หากข้าราชการเลือกข้างเสียแล้ว ฝ่ายที่เห็นแตกต่างจากตนจะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างเท่าเทียมกันนั้น คงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก ยิ่งหากเป็นข้าราชการระดับสูงแสดงออกเสียเอง ประชาชนก็คงจะถูกทอดทิ้งให้อยู่กับความทุกข์ต่อไป
เรื่องนี้เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำในการปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ข้าราชการทั้งหลาย การลงโทษและการให้รางวัลจะต้องทำตามหลักเกณฑ์ และด้วยคุณธรรม ขณะเดียวกันก็ต้องปฏิเสธระบบเส้นสาย เลือกข้าง โดยเฉพาะเลือกข้างตามการเมืองที่สร้างความแตกแยกให้สังคมไทยมานานหลายปี เพราะถ้าหากส่งเสริมให้การเลือกข้างแล้วได้ดีก็คงไม่ต้องพูดถึงว่า บ้านนี้เมืองนี้จะพบกับความสามัคคีปรองดองอีกต่อไป



