
สังคมน่าห่วง'โกงตามน้ำ'
สังคมน่าห่วง'โกงตามน้ำ': บทบรรณาธิการประจำวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2555
น่าตกใจยิ่งกับผลวิจัยเชิงสำรวจเรื่องแนวโน้มทัศนคติอันตรายของสาธารณชนคนไทย ว่าด้วยเรื่อง "การยอมรับรัฐบาลทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ขอให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย" ซึ่งพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับได้ โดยผู้ที่ยอมรับได้นี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อเดือนมิถุนายน อยู่ที่ร้อยละ 63.4 มาอยู่ที่ร้อยละ 65.8 ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งแสดงความเป็นห่วงกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งผลสำรวจพบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.1 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ได้เทคะแนนยอมรับได้เช่นกัน
เมื่อลงลึกไปในกลุ่มเยาวชนพบว่า กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ร้อยละ 70.6 ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนสูงที่สุด ที่ยอมรับได้ ในขณะที่รองลงมาคือ กลุ่มพ่อค้าธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 66.2 กลุ่มพนักงานบริษัทเอกชน ร้อยละ 64.3 กลุ่มรับจ้างทั่วไป เกษตรกร ร้อยละ 61.9 และส่วนใหญ่เช่นกันคือร้อยละ 59.4 ของกลุ่มข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และร้อยละ 58.8 ของกลุ่มแม่บ้าน เกษียณอายุ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.3 มีความโน้มเอียงที่จะโกหกเพื่อเอาตัวรอด ในขณะที่ร้อยละ 31.7 จะไม่โกหกในทุกสถานการณ์
ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเแก้ไข โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการไม่ให้ลุกลามไปในส่วนลึกของสังคม ถือเป็นยุทธศาสตร์ชาติในการวางพื้นฐานให้แก่ประเทศไทย อันนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ด้วยการสร้างความแข็งแกร่งและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประเทศ รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไปสู่เวทีระดับโลก พร้อมขอความร่วมมือทั้งฝ่ายการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจ ช่วยกันไม่ให้วงจรนี้กลับมา ตั้งแต่เรื่องการจ่ายเงินใต้โต๊ะ หรือการซื้อขายตำแหน่ง ที่สำคัญอยากเสนอให้มีการปลูกจิตสำนึกไม่ให้เห็นว่าปัญหาทุจริตกลายเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับ เราต้องร่วมกันต่อต้านไม่ยอมรับในสิ่งนี้
ถือเป็นความตั้งใจดีที่ผู้นำประเทศได้ประกาศสงครามกับการคอร์รัปชั่น ซึ่งผู้นำต้องแสดงให้เห็นว่าเอาจริงเอาจังโดยไม่เห็นแก่พวกพ้อง ที่สำคัญต้องพิจารณารักษาและส่งเสริมความก้าวหน้าให้แก่ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ออกมากระชากหน้ากากพวกขี้ฉ้อ ที่ผ่านมา รัฐบาลยังไม่แสดงให้เห็นว่าส่งเสริมใคร แต่กลับโยกย้ายเจ้าหน้าที่รัฐที่กำลังเปิดโปงขบวนการทุจริตให้พ้นจากหน้าที่ กระทบต่อขวัญกำลังใจในการทำงาน ก่อให้เกิดการยอมรับรัฐบาลที่คอร์รัปชั่นแต่ขอให้ตนเองได้ประโยชน์ขยายวงกว้างออกไป
แนวคิดรัฐบาลโกงก็ได้ แต่ขอให้ข้าได้ประโยชน์ กำลังเกาะกินลุกลามเข้าไปในส่วนลึกของสังคมไทย รัฐบาลควรจริงจังที่จะสร้างจิตสำนึกในการต่อต้านการโกง หรือปฏิรูปการศึกษาเพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สถาบันและองค์กรของรัฐจำเป็นต้องเร่งทำงานอย่างจริงจังต่อเนื่องในการสร้างหลักธรรมาภิบาล แสดงให้สาธารณชนเกิดความเชื่อมั่นว่า ความซื่อสัตย์สุจริตทำให้เกิดความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เกิดความเจริญมั่นคงต่อตนเองและสังคม มิใช่การประจบประแจงหรือเออออห่อหมกไม่รู้ถูกผิดทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม ด้วยพฤติกรรมสองมาตรฐาน คือหนทางที่จะสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ



