
จริยธรรมยุคหลอมรวมสื่อ
จริยธรรมยุคหลอมรวมสื่อ: บทบรรณาธิการประจำวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2555
พัฒนาการของเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้การส่งผ่านสารทำได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ไม่เพียงการส่งสารจากกลุ่มคนทั่วไปที่มิได้เป็นสื่อมวลชนโดยอาชีพ หากสื่อมวลชนอาชีพ ก็ยังใช้เครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ ส่งข่าวสารข้อมูลได้อย่างฉับพลันทันที โดยที่มิได้ผ่านกระบวนการบรรณาธิกรเหมือนยุคก่อน ทำให้มีความเสี่ยงที่จะละเมิดบุคคลอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะหากไม่รู้จักการใช้สิทธิและหน้าที่ การใช้และการมีสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน เป็นเครื่องหมายของสังคมประชาธิปไตย เพราะสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนก็คือสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ในบางกรณีการอ้างสิทธิเสรีภาพก็มีคำถามตามมาเสมอว่า เป็นการใช้เกินขอบเขตหรือไม่ หรือเป็นการใช้สิทธิที่ละเมิดจริยธรรมหรือไม่ พูดง่ายๆ ก็คือเมื่อมีสิทธิก็ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบควบคู่ไปด้วย
บทบาทของสื่อมวลชนมีผลกระทบต่อสังคมโดยตรง ถ้าสื่อมวลชนปราศจากความรับผิดชอบ สังคมนั้นก็อาจท่วมท้นด้วยข่าวเท็จ ข่าวที่ประกอบสร้างขึ้นเอง การนินทาว่าร้าย การละเมิดเด็กและสตรี การละเมิดสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ฉะนั้นจิตสำนึกในเชิงจริยธรรมของสื่อมวลชน ที่จะรู้ร้อนรู้หนาว ตระหนักรู้ว่าข่าวและภาพที่นำเสนอนั้นมีผลกระทบต่อบุคคลอื่นอย่างไร จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจบทบาท หน้าที่ หรือวิชาชีพสื่อ ที่เรียกกันว่า อาชีวปฏิญาณซึ่งเป็นงานอาชีพอันประกอบด้วยภาระหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นอาชีพที่มีคำปฏิญาณกำกับไว้ตลอดเวลาว่า จะต้องทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ
ในยุคที่สังคมข่าวสารได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ทุนเป็นตัวกำหนดความเป็นไป มีกำไรขาดทุนเป็นตัววัดความสำเร็จ สังคมยิ่งต้องเรียกร้องความรับผิดชอบในเชิงจริยธรรมมากขึ้น และอาจจำเป็นต้องรวมตัวกันเพื่อปฏิเสธสื่อที่ไม่มีจริยธรรม หรือมีวาระแอบแฝงในการรับใช้นักการเมือง กลุ่มอำนาจ กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ผู้บริโภคจะต้องสนับสนุนสื่อที่ปลอดจากอำนาจ อิทธิพลต่างๆ ทั้งทุนการเมือง และทุนธุรกิจ ในขณะเดียวกัน กองบรรณาธิการซึ่งเป็นผู้ผลิตเนื้อหาก็จะต้องมีความเข้มแข็งในการต่อกรกับอำนาจทุน ที่อาจจะเข้ามาครอบงำผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การถือครองหุ้นส่วนใหญ่ หรือการจัดสรรงบประมาณในการโฆษณา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในความอยู่รอดขององค์กรสื่อ
การสร้างดุลถ่วงระหว่างเป้าหมายธุรกิจ และหน้าที่ในเชิงอุดมการณ์ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก จำเป็นจะต้องยืนหยัด และให้ความรู้แก่สังคมให้ความสำคัญด้านจริยธรรมสื่อ เพราะในท้ายที่สุดผู้บริโภคสื่อจะเป็นผู้กำหนดว่าทิศทางสื่อควรเป็นอย่างไร ถ้าสื่อปราศจากความน่าเชื่อถือ หรือมีเหตุอันชวนเคลือบแคลงสงสัยว่ามีความลำเอียงแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีสื่อนั้นในประเทศนี้ ระหว่างวันที่ 24-25 กันยายนนี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ จะจัดงานจริยธรรมสื่อยุคหลอมรวม ในความหมายว่า การหลอมรวมสื่อ คือจริยธรรม สภาการหนังสือพิมพ์เป็นของประชาชน เพื่อให้ความรู้และตอกย้ำให้สังคมตระหนักในจริยธรรมสื่อ หากยังสงสัยหรือมีปัญหาเรื่องจริยธรรมสื่อ ที่นั่นมีคำตอบ



