
ศักดิ์ศรีผู้รักษากฎหมาย
ศักดิ์ศรีผู้รักษากฎหมาย : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2555
กรณีหนุ่มไฮโซทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดงขับรถเฟอร์รารี่ชนนายดาบตำรวจถึงแก่ความตาย เหตุเกิดในพื้นที่ สน.ทองหล่อ กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมในเชิงที่ว่า สุดท้ายแล้วคดีนี้จะออกมาอย่างไร เป็นปฏิกิริยาต่อเนื่องหลังจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางไปดูที่เกิดเหตุและเข้าตรวจค้นบ้านคนขับรถด้วยตัวเองพร้อมกับประกาศว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ต่อให้ใหญ่แค่ไหนก็ไม่กลัว ท่ามกลางเสียงปรบมือจากผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่ในเหตุการณ์ คดีนี้คล้ายกับของเด็กสาวทายาทตระกูลดังที่ขับรถชนจนเกิดอุบัติเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตบนทางด่วนถึง 9 ศพ ซึ่งศาลได้พิพากษาไปแล้วคือ ให้รอลงอาญาและไม่ให้ขับรถอีกจนกว่าจะอายุ 25 ปี
แต่คดีหนุ่มไฮโซรายนี้มีความแตกต่างกว่าเพราะหลังจากเกิดเหตุสารวัตรป้องกันปราบปราม (สวป.) สน.ทองหล่อ เจ้าของพื้นที่และถือเป็นหนึ่งในผู้บังคับบัญชาของนายดาบตำรวจผู้ตายได้นำแพะซึ่งเป็นคนงานในบ้านเข้าไปมอบตัวอ้างว่าเป็นคนขับรถคันดังกล่าว แต่เนื่องจากมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคนเดินทางไปดูจุดเกิดเหตุด้วยตัวเอง และร่วมสอบปากคำแพะรายนี้จนสุดท้ายยอมรับสารภาพว่าไม่ได้เป็นคนขับ แต่มารับผิดแทนเจ้านาย จน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ถึงกับโมโหสั่งย้าย สวป.ทองหล่อ มาช่วยราชการ บช.น.ทันที พร้อมกับตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง
คดีความของหนุ่มไฮโซรายนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ประเด็นที่ต้องสอบสวนไปพร้อมๆ กันคือ การที่นายตำรวจระดับสารวัตรพาแพะเข้ามอบตัวจนเรื่องแตกถูก ผบช.น.ออกคำสั่งย้ายด่วนเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาและสอบสวนอย่างรอบคอบและเป็นธรรมที่สุด เนื่องจากการนำผู้บริสุทธิ์เข้ามารับผิดทางคดีถือเป็นเหตุร้ายแรงอย่างยิ่งในกระบวนการยุติธรรม ตำรวจถือว่าเป็นต้นธาร ต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาไม่บิดเบือนสร้างหลักฐาน ไม่ใส่ร้ายป้ายสีหรือร่วมมือกันปกปิดซ่อนเร้นผู้กระทำความผิดหรือจับผู้บริสุทธิ์มารับโทษแทน ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงในการทำหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย
ไม่ว่าผลการสอบสวนที่ ผบช.น.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาจะออกมาเช่นไร ย่อมต้องได้รับผลไปตามนั้น และต้องทำด้วยความโปร่งใส เนื่องจากผู้ตายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาใน สน.ทองหล่อ เป็นคนในอาชีพเดียวกัน ที่สำคัญยังเป็นผู้รักษากฎหมายแต่กลับมีพฤติกรรมเช่นนี้ เพราะสังคมกำลังอยากเห็นว่าเมื่อตำรวจด้วยกันเสียชีวิตโดยมีคนอื่นเป็นคนกระทำ จะปกปิดช่วยเหลือกันอยู่หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ พูดไว้ชัดว่า สารวัตรคนนี้เป็นคนดูแลบ้านของทายาทมหาเศรษฐี จึงเป็นการวัดใจว่า นายตำรวจชั้นประทวนกับสัญญาบัตรนั้นมีความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และมีศักดิ์ศรีเช่นเดียวกันหรือไม่



