คอลัมนิสต์

ว่าที่ตัวแทนคนใหม่

ว่าที่ตัวแทนคนใหม่

23 พ.ค. 2552

อ่า! มหกรรมการเมืองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องยังเป็นไปต่อเนื่องอย่างเมามัน ผู้รู้ในคณะกรรมการและอนุกรรมการต่างแสดงวิสัยทัศน์สารพัดรูปแบบ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมียางอายหยดสุดท้าย ที่ไม่กล้ายอมรับว่าที่ทำมาทั้งหมดนั้นเพราะใบสั่ง หรือมุ่งหวังผลประโยชน์

 เห็นชัดว่าประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือการเปิดช่องทางให้นักการเมืองในคราบผู้แทนราษฎรได้ย้อนเข้าสู่มิติเก่าของการเมืองน้ำเน่า แสวงหาความมั่งคั่ง

 รู้ทั้งรู้ว่า “เงินนั้นสามารถเนรมิตความสบายให้ได้ แต่สร้างความสุขให้ไม่ได้” แต่ยังเป็นเป้าหมายของนักการเมืองไร้จิตสำนึกอยู่นั่นเอง

 ตัวอย่างก็มีให้เห็น นักการเมืองกังฉิน มีเงินมากเกินหน้าคนร่วมแผ่นดินเกิด ผลสุดท้ายความโลภทำให้ต้องไร้ที่อยู่อาศัย ต้องไปซื้อหนังสือเดินทางและดินให้เหยียบ เส้นทางบนโลกกว้างกลายเป็นทางแคบ เดินทางไปไหนถูกมองด้วยสายตาแปลก มีทั้งความทึ่ง สมเพช และเย็นชา แต่ถูกบูชาโดยนักล่าน้ำเลี้ยง

 การเมืองไทยแทบมองไม่เห็นอนาคต เมื่อผลประโยชน์ยังบดบังจิตสำนึกให้หักล้างกันโดยไม่คำนึงถึงความอยู่รอดของชาติบ้านเมือง ความสุขของประชาชน

 เสนอโครงการส่อให้เห็นชัดว่าเจตนาหาเงินแบบหักดิบซึ่งหน้า อาศัยการต่อรองด้วยเสียงสนับสนุนในสภา แบบนี้ต่อให้เทวดาก็ยังรักษาตัวเองให้รอด

 ล่าสุด เด็กมาร์ค หัวหน้าค่ายสะตอ เผชิญคู่แข่งรายใหม่ เมื่อพรรคเพื่อใครก็ไม่รู้เข้าสู่วาระของการเลือกหัวหน้าคนใหม่ แทนคนไร้อำนาจสั่งการผู้แทนในสภา

 ชื่อ “สมชาย” ทำเอาคนอ้าปากค้าง สงสัยว่าทำไม “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” กลับมาได้อย่างไรหลังจากโดนศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค จับแช่เย็นนาน 5 ปี

 “ยังไม่เข็ดอีกเรอะ?”

 พอรู้ว่าเป็น “สมชาย เพศประเสริฐ” เป็นพันตำรวจโทนอกราชการเท่านั้น ก็มีเสียงสวดชยันโตเซ็งแซ่ จุดแรกเกิดขึ้นในกลุ่มสมาชิกพรรคเพื่อใครก็ไม่รู้นั่นเอง

 “หาคนเจ๋งกว่านี้ไม่มีอีกแล้วเรอะ?”

 อ๋อ! มีแน่นอน แต่ไม่อยู่ในสภาพที่เป็นหัวหน้าได้ ยังไม่เข้าสังกัดพรรค หรือยังมีความละอาย และเกรงกลัวต่อบาป จึงไม่กล้ารับ
 ที่สำคัญ คือไม่ใด้อยู่ในสภาพ “เด็กสั่ง” หรือ “สายตรง” พร้อมทำทุกอย่าง ไม่อิดออด ขอให้สั่งมาด้วยวาจาชัดเจน ก็พร้อมจะปฏิบัติงานให้

 ต้องสังเกตให้ดีว่าคนพอมีคุณสมบัติอยู่บ้าง ถ้าไม่โดนศาลสั่งห้ามมีกิจกรรมทางการเมือง ก็ทนอยู่เพื่อรับคำสั่งให้ทำชั่วไม่ได้ โบกมืออำลาไปให้พ้น
 แม้กระนั้น กิจกรรมร่วมครั้งก่อนยังทำให้หลายคนอยู่ในสภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการติดคุก เพราะมีคดีอาญาค้างคาอยู่ในศาล โอกาสรอดริบหรี่เหมือนแสงหิ่งห้อย

 ทั้งคดีหวยบนดิน กล้ายาง ปล่อยกู้เงินให้พม่า เงินกู้ธนาคารกรุงไทย ยกแผ่นดินให้เขมร เป็นเพียงคดีส่วนหนึ่ง ที่เหลือต้องใช้เวลาที่เหลือของชีวิตสำหรับการไปเล่านิทานให้ศาลฟังว่าตัวเองเป็นคนดี มีความบริสุทธิ์อย่างไร

 การตั้ง “สมชาย 2” มาเป็นหัวหน้าพรรคถูกมองว่าเป็นการขัดตาทัพ เพื่อให้มีหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านอย่างจริงจังในสภา ที่ผ่านมามีคนไม่อยากเป็นหัวหน้า แต่อยากเป็นนายกฯ เพราะภาระ การรับผิดชอบต่างกันเยอะ

 เป็นหัวหน้าพรรค ต้องเอาใจพวกเสือหิว หมาโหย มีเสียงเรียกร้องไม่สิ้นสุด แต่เป็นนายกฯ ไม่ต้องสนใจ ถ้ามีปัญหาก็ยุบสภา ส่งพวกเสือหิวไปลงทุนหาเสียงให้เปลืองเงิน ดิ้นรนเสี่ยงดวงกับคู่ต่อสู้ ถ้าทุ่มเงินไม่ระวังต้องโดน กกต. แจกใบแดง

 เมื่อ “สมชาย 2” ถูกเสนอชื่อ แม้จะมีเสียงฮือฮาในพรรคเดียวกัน ก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะรู้ว่า “นายสั่ง” เรื่องภาพลักษณ์ต่อสายตาคนนอกนั้น ไม่ห่วง

 ทุกวันนี้ก็อยู่แบบไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว หลังจากหลายคนไปมีบทบาทสนับสนุนการก่อจลาจล การก่อการร้าย เผาบ้านเผาเมือง จนชาวบ้านแช่งชักหักกระดูก หลังจากการปิดถนน เสี่ยงกับรถแก๊สระเบิดกลางเมือง

 แต่ถ้าดูให้ชัด จะเห็นว่าเจตนาของการตั้ง “ใครก็ได้ที่ยอม” ให้เป็นหัวหน้านั้น เท่ากับไม่แยแสว่าชาวบ้านจะคิดอย่างไร เพราะมองทุกด้าน ก็เทียบเด็กมาร์คไม่ได้ ถ้าพูดในประเด็น “คุณสมบัติ” ความฉาว คาวหรือมิติอื่น ไม่ต้องพูด

 หืมม์...ถ้า “สมชาย 2” ได้เป็นนายกฯ และเป็นประธานที่ประชุมผู้นำอาเซียน ชาวบ้านหลับตานึกภาพแล้ว คงดูไม่จืด ถ้าไม่ช็อกตายเสียก่อน

 หลายคนบอกว่า “ดีแล้ว” เปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆ ระหว่างผู้ตั้งและผู้รับงาน ชาวบ้านจะได้รู้ว่าใครคิดอย่างไรต่อบ้านเมือง อย่างที่มีคนเคยได้ยิน

 “ถ้าข้าอยู่แบบไม่มีความสุข ไม่ได้สมบัติคืน ก็อย่าหวังว่าบ้านเมืองจะเป็นสุข” และนี่เป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่าความแค้นข้ามชาติ อาฆาตข้ามภพนั้นทำให้คนไทยต้องตกอยู่ในวิบากกรรม เพราะเชื้อชั่วการเมืองไม่เคยสูญพันธุ์จริงๆ นิ! อิอิอิ!!!