
โยกย้ายยธ.พิสูจน์'ของจริง'หรือ'White Lie'
โยกย้ายกระทรวงตาชั่ง พิสูจน์ปราบทุจริต-ยาเสพติด 'ของจริง'หรือ'White Lie' : ขยายปมร้อนโดย ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย
จากกระแสข่าวอึกทึกครึกโครมที่ว่า "เสื้อแดง" เสนอปูนบำเหน็จ "พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข" รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดี 91 ศพ ที่ทำงานเข้าตาด้วยการประเคนเก้าอี้ "เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ" (ป.ป.ท.) ให้ จนต้องเขี่ย "เลขาฯ โด่ง" "พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ" พ้นจาก "เลขาธิการป.ป.ท." เข้ากรุไปนั่ง "รองปลัดกระทรวงยุติธรรม"
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ "ป.ป.ท." มีผลงานโดดเด่นจากการลุยปราบทุจริตไม่เว้นเฉดสี ไม่ว่าจะเป็น "คดีโกงภาษีนำเข้ารถยนต์หรู" ซึ่งกระทบต่อรายได้หลักของพรรคการเมือง "คดีทุจริตออกเอกสารสิทธิในเกาะช้าง เกาะภูเก็ต" ซึ่งปล่อยหมัดขวาตาย ซ้ายสลบ อัดน็อกทั้งพวกเขา-พวกเรา
แถมตามติดมาด้วย "คดีปราบทุจริตงบภัยพิบัติ" ซึ่ง "เลขาฯ โด่ง" นำทีมลงพื้นที่ปราบสะเด็ดใน 6 จังหวัดของอีสาน-เหนือ ไม่เว้นว่างแม้อุดรธานีเขตพื้นที่ของ "พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก" เจ้ากระทรวงตาชั่ง และยังกัดไม่ปล่อย "คดีแบงก์กรุงไทยปล่อยกู้ไม่ชอบให้บริษัทเพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง" จากกรณี "นำโควตาส่งออกข้าวปลอมมาขอกู้หลายพันล้านบาท"
แม้ลีลาบู๊ทะลุจอชนิดเรียกเสียงซู้ดปากได้เป็นระยะๆ ซ้ำยังได้ใจประชาชนก็จริง รวมทั้งฝ่ายที่สะเทือนหนักจะเป็นฝ่ายตรงกันข้ามรัฐบาล แต่ผลข้างเคียงที่มีนั้นกลับกระทบถึงพวกพ้องทำเอา "พ.ต.อ.ดุษฎี" ต้องถูกอัปเปหิ ไปนั่งตบยุง เพราะไม่โดนใจนายหญิง
"เลขาฯ โด่ง" ผลงานเข้าตาประชาชน ทำท่าจะแซงหน้า "ดีเอสไอ" แต่กลับขาลอยไม่มีฐานที่มั่น เพราะขาดแรงหนุนจากฝ่ายการเมือง ที่สำคัญเส้นทางของ "พ.ต.อ.ดุษฎี" ไม่เชลียร์ ไม่กรุยทางด้วยธนบัตรนิยม
การกระเด็นกระดอนไปนั่งเป็น "รองปลัดกระทรวง" ครั้งนี้ จึงเป็นดัชนีชี้วัด “ข้าราชการไทยหัวใจสีขาว” และหากมองโลกในแง่ดี "รองปลัดกระทรวง" ก็ยังดีกว่า "ผู้ตรวจราชการ"
และเชื่อว่าการแถลงผลงานของรัฐบาลครั้งนี้จะถือโอกาส "หยิบฉวย" เอาผลงานของ "พ.ต.อ.ดุษฎี" ไปแถลงเป็นผลงานเด่นของรัฐบาลอย่างแน่นอน
ต่างจาก “ธาริต เพ็งดิษฐ์” อธิบดี ดีเอสไอ ที่ทำงานตามสั่ง จนแน่นปึ้กอยู่ในปีกของ "สมชาย-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์" ซ้ำยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" ขณะที่ "พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย" อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก็ผูกปิ่นโตสายตรงอยู่กับ "พล.ต.อ.ประชา" ขาเก้าอี้ "อธิบดี 2 กรมใหญ่" จึงยืนหยัดได้อย่างมั่นคง สำหรับตำแหน่ง "เลขาธิการ ป.ป.ส." ว่ากันว่าก่อนหน้านี้ “นายห้างดูไบ” ตกปากรับคำส่ง "พ.ต.อ.ดุษฎี" ไปนั่ง "เลขาฯ ป.ป.ส." เพื่อเดินหน้าลุยงานปราบยาเสพติด ซึ่งเป็นหน้างานที่ถนัด เพราะชื่อ "พ.ต.อ.ดุษฎี" ไม่ได้สะพัดเฉพาะงานปราบ แต่ยังเป็นที่ยอมรับในเวทีสากล โดยเฉพาะ "สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา" หรือ "ดีอีเอ" ซึ่งร่วมมือทำงานอย่างใกล้ชิดกับ "พ.ต.อ.ดุษฎี" ตั้งแต่เป็นนายตำรวจสังกัด "บช.ปส." ทำให้ข่าวก่อนหน้าค่อนข้างชัวร์!!! ว่า "พ.ต.อ.ดุษฎี" ตีตราจอง "เลขาฯ ป.ป.ส."
แต่การณ์ไม่เป็นไปตามคาด เพราะสุดท้ายก็...กินแห้ว
เนื่องจากในยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดจนกูรูฉุดไม่อยู่ รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งกอบกู้ฐานความนิยม สูตรสำเร็จที่เข้าตาประชาชน คือ "สงครามยาเสพติด"
ซึ่งนำไปสู่การหารือวงเล็กๆ ระหว่าง "นายกฯ ปู" - "เดอะปุ้ม" สุรนันทน์ เวชชาชีวะ และ "บิ๊กผิวทอง" พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เพื่อวางตัว "พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ" รองผบ.ตร. มานั่งคุม ป.ป.ส. แม้ "พงศพัศ" จะไม่เคยมีผลงานปราบยาเสพติดมาก่อน แต่ภารกิจเพื่อชาติต้องการใช้ปาก “พงศพัศ” มาเจื้อยแจ้ว เป็นโทรโข่งงานวัด ผลิตซ้ำ ทำซ้ำ ทั้งวันและทุกวัน ให้ติดหูชาวบ้านร้านตลาด
จึงเป็นเหตุให้ ชื่อ "พล.ต.อ.พงศพัศ" ถูกโยนเป็นหินถามทาง แต่แว่วว่ามีเสียงคำรามจากคนแดนไกล ซึ่งวันนี้ยังมุ่งมั่นกับการกวาดล้างยาเสพติด พร้อมเตือนให้ระวังกระแสตีกลับ เพราะกลัวเหลือเกินที่จะซ้ำรอย “โกหกสีขาว” ปั้นตัวเลขส่งออกยังเจ็บอายไม่พอ ปั้นตัวเลขยาเสพติดอีกรัฐบาลจะอยู่ลำบาก
ดังนั้น การเลือกที่จะแขวนมือทำงานแล้วพลาดไม่เป็นท่า คนที่อยู่ในข่ายอาการหนัก ไม่ใช่แค่ "พงศพัศ" แต่จะสะเทือนถึงเก้าอี้เจ้ากระทรวงของ "พล.ต.อ.ประชา"
โดย 6 ตำแหน่งที่จะเข้าครม. 4 กันยายนนี้ คือ 1.โยก "พ.ต.อ.ดุษฎี" เข้าไปนั่ง "รองปลัดกระทรวง" เว้นว่างเก้าอี้ "เลขาธิการป.ป.ท." เพื่อบ่มรอ "พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข" ขยับจาก "รองอธิบดี ดีเอสไอ" 2.ตั้ง "พล.ต.อ.พงศพัศ" นั่งควบ "รองผบ.ตร.-เลขาธิการป.ป.ส." 3.สไลด์ "ชาติชาย สุทธิกลม" จาก "รองปลัดกระทรวง" ไปเข้ากรุ "ผู้ตรวจราชการ" 4.ดึง "ฐานิส ศรียะพันธุ์" จาก "รองเลขาธิการศอ.บต." มานั่ง "อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กฯ" 5.โยก "ธวัชชัย ไทยเขียว" อธิบดีกรมพินิจฯ ที่ครองตำแหน่งครบ 4 ปี เข้ามาเป็น "รองปลัด" และ 6.ตั้ง "พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์" ผู้ตรวจราชการ เป็น "อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ" แทน "พิทยา จินาวัฒน์" ที่ครบเกษียณ
หากคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งโยกย้าย 4 กันยายนตามโผ 6 ตำแหน่งดังที่กล่าวมาจะเป็นดัชนีชี้วัดนโยบายปราบทุจริต ปราบยาเสพติด "ของจริง" หรือแค่ "White lie"
........
(หมายเหตุ : โยกย้ายกระทรวงตาชั่ง พิสูจน์ปราบทุจริต-ยาเสพติด 'ของจริง'หรือ'White Lie' : ขยายปมร้อนโดย ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย)



