คอลัมนิสต์

เหล้าปั่นรอบมหาวิทยาลัย

เหล้าปั่นรอบมหาวิทยาลัย

04 ก.ย. 2555

เหล้าปั่นรอบมหาวิทยาลัย : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 4 กันยายน พ.ศ.2555

              เวทีแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “ปัญหาแอลกอฮอล์กับเยาวชนไทย” ที่จัดโดยมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา ร่วมกับมูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน เครือข่ายองค์กรงดเหล้า และมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจถึงสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชนนับวันยิ่งน่าเป็นห่วง และเมนูยอดฮิตที่สั่งดื่มมากที่สุด คือ เหล้าปั่นและเบียร์ สะท้อนจากการสำรวจเมื่อวันที่ 20-30 มิถุนายน 2555 โดยเครือข่ายเยาวชนฯ ได้สำรวจความคิดเห็นนักเรียน นักศึกษา 1,000 ราย แบ่งเป็นชาย 47% หญิง 53% อายุ 15-30 ปี ใน 10 มหาวิทยาลัย พบกลุ่มตัวอย่าง 35% ระบุว่า เหล้าปั่นเป็นจุดเริ่มต้นในการทดลองดื่มของบรรดานักดื่มหน้าใหม่ รองลงมาคือเบียร์ 33% เหล้าสี 14% ค็อกเทล 7% และเหล้าขาว 2%
 
              สาเหตุที่เยาวชนดื่มเหล้าปั่นเป็นเพราะเหมือนน้ำผลไม้ ราคาถูก หาซื้อได้ง่าย ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างเกินครึ่งหรือ 59% ยังระบุว่า จำนวนร้านเหล้าปั่นใกล้สถานศึกษามีเพิ่มขึ้น ส่วนผลกระทบคือ ปัญหาทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุ ปัญหาการเรียน และถูกล่วงละเมิดทางเพศ จากข้อมูลกลุ่มผู้ประกอบการ พบว่า กำไรที่ได้จากการขายเหล้าปั่น 2 เท่าของต้นทุน
 
              สำนักงานกองทุนสนับสนุนสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ได้เผยแพร่บทความที่ เมแกน มอรีน ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา วิเคราะห์แบบสอบถามเรื่องการดื่ม "เครื่องดื่มแอลกอฮอล์" ของวัยรุ่นวัยโจ๋อายุระหว่าง 15-18 ปี จำนวน 1,160 คน จนพบว่าเด็กที่คุ้นเคยกับการจิบเครื่องดื่มมึนเมาก่อนขึ้นชั้นมัธยมปลาย โดยเฉพาะครอบครัวให้ลองดื่มหรือมีสมาชิกในบ้านชอบดื่ม มีแนวโน้มเสพติดน้ำเมาเข้าขั้นอันตราย สร้างผลกระทบร้ายแรงต่อระบบสมอง การพัฒนาร่างกาย ลุกลามไปถึงการพลั้งพลาดใช้ยาเสพติด และการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
 
              ในแต่ละปีประเทศไทยต้องสูญเสียงบประมาณไปกับการรณรงค์และการรักษาพยาบาลอันเนื่องจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมาก ทั้งที่รู้ดีว่า นั่นเป็นปลายเหตุของปัญหา ความมีอิสรเสรีในการจำหน่าย ทั้งในเรื่องของสถานที่และอายุ ที่ดูเหมือนว่ากฎหมายจะยังเอื้อมไปไม่ถึงจุดนี้เท่าใดนัก ทำให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษาเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดที่เรียกว่า พอก้าวออกจากสถานศึกษา หรือหอพักก็ได้ลิ้มรสทันที ซึ่งผู้ที่รับผิดชอบต่างก็รู้ดีว่า เมื่อเข้าถึงเหล้า-เบียร์ได้ง่าย แล้วปัญหาอย่างอื่นก็ตามมาได้ไม่ยากนัก
 
              ข่าวล่าสุดจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลระบุว่า มีคำสั่งให้ตำรวจทุกท้องที่เข้มงวดกับสถานบันเทิงในเรื่องใบอนุญาต การห้ามเยาวชนที่อายุไม่ถึงเข้าใช้บริการ รวมถึงการกวดขันเรื่องยาเสพติด ซึ่งหากเข้มงวดกันอย่างจริงจังมันก็น่าจะเป็นผลดีต่อเยาวชนอันเป็นอนาคตของชาติ เพราะเป็นการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะร้านขายเหล้าปั่นรอบรั้วมหาวิทยาลัยทั่วประเทศจะต้องจัดการเป็นพิเศษ แต่เรื่องอย่างนี้ก็ต้องทำอย่างระมัดระวังเพราะเหมือนกับดาบสองคม ดังนั้นจึงควรมีฝ่ายตรวจสอบไว้ต่างหาก เพราะอีกด้านหนึ่งอาจจะกลายเป็นช่องทางให้คนไม่ดีเข้าไปใช้อำนาจที่มีทำมาหากินจากธุรกิจเหล่านี้ได้ไม่ยาก