คอลัมนิสต์

จับตาสัปดาห์ร้อน'กิตติรัตน์'มันสมอง'ปู'

จับตาสัปดาห์ร้อน'กิตติรัตน์'มันสมอง'ปู'

03 ก.ย. 2555

จับตาสัปดาห์ร้อน'กิตติรัตน์'มันสมองของ'นายกฯปู':ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์

                ในสัปดาห์นี้ยังมีความต่อเนื่องเรื่องการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงแทนที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ มีให้จับตามองอีกหลายกระทรวง คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์น่าจะลงตัวทุกกระทรวง
   
               ไล่เรียงตั้งแต่การโยกย้ายข้าราชการใน "กระทรวงกลาโหม" สัปดาห์นี้ "พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต" รมว.กลาโหม ระบุว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการปรับย้าย เพื่อให้จัดทำบัญชีรายชื่อให้เป็นไปตามกติกาของการโยกย้าย
   
               ขณะที่ "กระทรวงมหาดไทย" ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ร่วมกับปลัดกระทรวงมหาดไทย และบุคคลที่เกี่ยวข้อง จัดทำรายชื่อเพื่อสรุปเสนอให้ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี รับทราบ รายชื่อทั้งหมดจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 4 กันยายนนี้
   
               โดยมีรายชื่อทั้งหมดเป็นสัดส่วนเก้าอี้ “1 ปลัดกระทรวงมหาดไทย 2 รองปลัดฯ 3 อธิบดี 2 ผู้ตรวจ”
   
               ในส่วนของ "กระทรวงยุติธรรม" ซึ่งมีการแซวว่าเป็นกระทรวงที่มี "ตำรวจ" เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งระดับสูงเป็นอันดับสองรองจาก "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" เพราะตั้งแต่ง "รองนายกรัฐมนตรี" ที่ชื่อ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" หรือแม้กระทั่ง "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม" อย่าง "พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก" หรือ "อธิบดีกรมราชทัณฑ์" พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย หรือ "อธิบดีกรมคุมประพฤติ" พ.ต.อ.โภคพิบูลย์ โปตระนันทน์ เป็นต้น
   
               และการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 4 กันยายนนี้ "พล.ต.อ.ประชา" จะเสนอรายชื่อการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงแทนตำแหน่งที่จะว่างลงจากข้าราชการที่เกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้รวม 3 ตำแหน่ง คือ "รองปลัดกระทรวงยุติธรรม-ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ"
   
               แต่ดูจากรายชื่อของการนำเสนอของสื่อเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีตำแหน่งที่น่าจับตามอง คือ "เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด" (ป.ป.ส.) จะไปแทน "พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว" เลขาธิการ ป.ป.ส.ที่จะขึ้นเป็น "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" (ผบ.ตร.) ได้ปรากฏชื่อ "พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา" ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร.
   
               แต่ที่สื่อส่วนใหญ่นำเสนอตรงกันคือ "อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ" ยังเป็นชื่อของ "ธาริต เพ็งดิษฐ์" ที่ยังได้รับความไว้วางใจให้อยู่ที่เดิม หลังทำงานที่รับมอบหมายได้อย่างต่อเนื่อง
   
               นอกจากเรื่องการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของแต่ละกระทรวงแล้วในสัปดาห์นี้ที่น่าติดตามยังมีความเคลื่อนไหวของ "คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 วุฒิสภา" จะเสนอการจัดทำรายงานของกรรมาธิการต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2556 ต่อที่ประชุมวุฒิสภา วันที่ 3-4 กันยายนนี้
   
               โดยการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2556 ของคณะกรรมาธิการฯ วุฒิสภา พบว่าการจัดงบประมาณของรัฐบาลไม่ใช่งบประมาณที่แท้จริงของประเทศ แต่ใช้วิธีจัดหาเงินนอกงบประมาณมาใช้ เช่น จากการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)
   
               โดยรัฐบาลได้กำหนดเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นต่อวงเงินงบประมาณรายจ่าย สูงถึง 3.07 เปอร์เซ็นต์ หรือ 73,700 ล้านบาท ซึ่งขัดหลักปฏิบัติที่รัฐบาลต้องจัดสรรงบสำรองจ่ายไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ของวงเงินงบประมาณ โดยคณะกรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตว่าการกันเงินสำรองไว้สูง เพราะต้องการนำเงินไปใช้สำหรับนโยบายประชานิยม
   
               ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลโดยเฉพาะ "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2556 ต้องตอบคำถามต่อที่ประชุมวุฒิสภา
   
               และไม่เพียงเฉพาะเรื่อง "พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2556" เท่านั้นที่ "กิตติรัตน์" ต้องตอบคำถาม เพราะมีสมาชิกวุฒิสภาเตรียมสอบถามไปถึงเรื่องที่ "กิตติรัตน์" กรณี “White lie“ หรือ "โกหกสีขาว" กลายเป็นประเด็นที่แพร่หลายจนทำให้ "กิตติรัตน์" ตกเป็นเป้าโจมตี ถึงขั้นมีตัวแทน "กลุ่มกรีน" ไปยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 279 วรรคสาม แห่งประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง เพื่อถอดถอน "กิตติรัตน์" ออกจากตำแหน่ง
   
               เนื่องจากเห็นว่าคำปราศรัยของ "กิตติรัตน์"  ที่กล่าวในงานสัมมนา "1 ปี ยิ่งลักษณ์กับอนาคตเศรษฐกิจไทย" เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีการพูดว่า "ยอมรับว่าเป้าการส่งออกในปีนี้เติบโตไม่ถึง 15% อย่างที่ผมคาดการณ์ก่อนหน้านี้แน่นอน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะผมพูดในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจและรมว.คลัง จึงได้รับอนุญาตให้พูดไม่จริงในบ้างเรื่องได้ ซึ่งการตั้งเป้าที่ระดับดังกล่าวก็เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนไทยและต่างประเทศ"
   
               ซึ่งในหนังสือดังกล่าวระบุว่ากรณีของ "กิตติรัตน์" เป็นการกระทำผิดร้ายแรง เป็นการขัดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมืองพ.ศ.2551 อย่างชัดเจน และมาตรา 279 วรรคสาม เพื่อดำเนินการถอดถอน "กิตติรัตน์" เพื่อสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองและทำให้การเมืองสะอาด มีมาตรฐานทางจริยธรรมและคุณธรรมเป็นไปตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมืองพ.ศ.2551 เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและศรัทธาของนักลงทุนและประชาชนกลับคืนมา หากไม่ดำเนินการจะส่งผลให้นักลงทุนในต่างประเทศขาดความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อรัฐบาลไทยและจะนำไปสู่ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจไทยทั้งระบบในอนาคต
   
               และในวันที่ 5 กันยายนนี้ จะมีการประชุม "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" และจะมีการเสนอเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้พิจารณาว่าจะรับไว้เป็นเรื่องร้องเรียนหรือไม่ และตามหลักการหากรับเรื่องไว้ร้องเรียนก็จะมีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้บังคับบัญชาของ "กิตติรัตน์" ให้ชี้แจงด้วย
   
               แถมการประชุมสภาในวันที่ 6 กันยายนนี้ "ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร" ก็เตรียมกระทู้สดของฝ่ายค้านที่จะถาม "กิตติรัตน์" ในประเด็น "โกหกสีขาว" ไว้เป็นกระทู้แรกด้วยเช่นกัน
   
               ถือว่าสัปดาห์นี้มีแต่ "เรื่องร้อน" ให้ติดตามแต่ผู้ที่น่าจะ "ร้อน" มากกว่าใครในสัปดาห์นี้คงไม่พ้นคนชื่อ "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ที่ "นายกฯยิ่งลักษณ์" ขัดใจพี่ขอรั้งให้อยู่ในเก้าอี้ดูแลเศรษฐกิจของรัฐบาลต่อไป

 

....................

 

(หมายเหตุ : จับตาสัปดาห์ร้อน'กิตติรัตน์'มันสมองของ'นายกฯปู':ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)