
ใช้น้ำให้เกิดประโยชน์
ใช้น้ำให้เกิดประโยชน์ : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555
แผนการทดสอบระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วยการทดลองปล่อยน้ำเข้าคลองสำคัญทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในวันที่ 5 และ 7 กันยายนนี้ เป็นที่สงสัยกันอยู่ว่า มีการเมืองระหว่างรัฐบาลกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะผลพลอยได้จากการทดสอบระบบก็คือการตรวจสอบการทำงานของ กทม.ไปด้วยในตัว ซึ่งรัฐบาลเองย่อมเล็งเห็นว่า ไม่ว่าผลจะออกมาทางใด รัฐบาลก็มีแต่ได้ เช่น ถ้าประตูระบายน้ำมีประสิทธิภาพดี คูคลองต่างๆ ระบายน้ำได้ดี ผู้คนก็จะแลเห็นความเอาใจใส่ของรัฐบาลที่สร้างความอุ่นใจให้แก่คนเมือง แต่ถ้าผลออกมาในทางกลับกัน เสียงก่นด่าก็จะไปตกที่ผู้บริหาร กทม.ที่รัฐบาลได้พูดทำนองกรุยทางเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะไปถึงเรื่องการทดสอบระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ จะต้องทำความชัดเจนอย่างน้อย 2 เรื่อง เรื่องแรกสถานการณ์น้ำในปีนี้ ทั้งปริมาณน้ำฝน น้ำท่าซึ่งหมายถึงระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองต่างๆ ที่จะปล่อยน้ำเข้าไป และปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ จากรายงานของกรมชลประทานเมื่อสัปดาห์ก่อนพบว่า น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลมีอยู่ 6,532 ล้านลูกบาศก์เมตร รับน้ำได้อีก 6,930 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์มีน้ำในอ่าง 5,211 ล้านลูกบาศก์เมตร รับได้อีก 4,299 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งสองอ่างรวมกันเท่ากับ 11,743 ล้านลูกบาศก์เมตร รับน้ำได้อีก 11,229 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณที่มีอยู่ในอ่าง กับที่อ่างยังรับได้นี้พอๆ กับน้ำเหนือที่ท่วมเมื่อปีกลาย สมมุติง่ายๆ ก็คือ น้ำจะท่วมมาถึงกรุงเทพฯ ได้ก็ต่อเมื่อปล่อยน้ำออกหมดทั้งสองเขื่อนแบบไม่เหลือไว้แม้แต่หยดเดียว
ขณะเดียวกัน ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งวัดเมื่อสัปดาห์ก่อนพบว่า ยังอยู่ต่ำกว่าตลิ่งมาก และอาจจะต่ำกว่าระดับน้ำในคลองสำคัญทั้งทางตะวันออกและตะวันตกเสียด้วยซ้ำ ซึ่งโดยธรรมชาติของน้ำที่จะต้องไหลจากที่สูงไปที่ต่ำแล้ว การจะปล่อยน้ำเข้าคลองต่างๆ เพื่อทดสอบจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เว้นเสียแต่ว่าจะใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วย เช่น เรือดันน้ำ หรือเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่สูบใส่เข้าไปในคลอง ซึ่งสิ้นเปลืองทั้งงบประมาณ และกำลังคน ที่สำคัญก็คือ เมื่อระดับน้ำในคลองยังอยู่เหนือกว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ย่อมเหมาะแก่การระบายน้ำออกไม่ให้เกิดท่วมขังจากภาวะฝนตกหนักในกรุงเทพฯ แต่การชักน้ำเข้าไปไว้ในคลองตามแผนงานเช่นว่า กลับจะยิ่งทำให้กรุงเทพฯ เสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วม ซึ่งเป็นน้ำท่วมขัง ไม่ใช่น้ำล้นตลิ่งอย่างเมื่อปีที่แล้ว
เรื่องที่สอง มหาอุทกภัยเมื่อช่วงปลายปี 2554 เกิดจาก "น้ำเหนือ" ที่หลากมามาก เพราะเกินกำลังของเขื่อนต่างๆ จะรับไว้ได้ แต่จากสถานการณ์น้ำในปีนี้ชี้ชัดว่า ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นซ้ำอีก จึงมีเสียงพูดกันว่า แทนที่รัฐบาลจะปล่อยน้ำไปด้วยเหตุผลทางการเมือง น่าจะเอาน้ำที่มีอยู่ไม่ถึงครึ่งอ่างนั้นไว้ให้ชาวนาได้ทำนาปรังยังจะเกิดประโยชน์เสียกว่า



