
การกล่าวร้ายรุนแรงกว่าการฆ่า
การกล่าวร้ายรุนแรงกว่าการฆ่า : กระดานความคิด โดยสมบูรณ์ บัวหลวง [email protected]
จะขอทบทวนเบื้องหลังของความรุนแรงบางประการที่เกิดขึ้นในช่วงครบรอบปีที่ 8 ของเหตุการณ์ตากใบ (25 ตุลาคม 2547) ซึ่งตรงกับวันที่ 10 ของเดือนรอมฎอนที่เป็นเดือนที่ 9 ของปฏิทินทางจันทรคติหรือเดือนแห่งการถือศีลอดของมุสลิมผู้ศรัทธาทั่วโลกได้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเฉกเช่นเดียวกันกับพี่น้องมุสลิมในประเทศไทยและจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกคน วันเวลาที่หมุนเวียนไป 8 ปีผู้คนที่ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ตายหมู่อย่างทรมาน 78 ศพและบรรดาผู้ที่ถูกจับที่รอดชีวิตยังมีคนที่พิการนับร้อย และถึงแม้จะไม่ได้รับอันตรายมากนักแต่เจ็บปวดต่อการถูกกระทำในวันนั้นอีก 1,000 กว่าคน และไม่นับรวมมวลญาติพี่น้อง ครอบครัวและเพื่อนฝูงอีกนับแสนคนทั่วโลกที่รักความเป็นธรรมและปวดร้าวต่อเหตุการณ์ที่รัฐกระทำในเหตุการณ์ 25 ตุลาคม ปี 2547
ถึงแม้ทางราชการหลายหน่วยจะพยายามอธิบายตามการพิสูจน์ตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ของ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ที่สรุปและอธิบายของความตายของมุสลิมทั้ง 78 ศพว่าเกิดจาก “การขาดหายใจ” บทสรุปนี้แหละที่ทางการได้พยายามอธิบายให้แก่คนท้องถิ่นและถูกกระจายไปทั่วโลกถึงความเก่งกาจของรัฐไทยในการแก้ตัว โดยไม่อธิบายสาเหตุที่เป็นต้นเหตุที่แท้จริงในการการขาดลมหายใจว่ามันมาจากเจตนาการบรรทุกคนในสภาพที่วางทับถมกัน 4-5 ชั้นในรถบรรทุกที่เล็กคับแคบ ในขณะที่ทุกคนถูกมัดมือไพล่หลังไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้ในระยะเวลาการเดินทางนานนับกว่า 5-7 ชั่วโมง ในขณะที่ทุกคนถือศีลอด ลองหลับตานึกว่าถ้าหากให้ตัวเองต้องอยู่ในสภาพอย่างนั้นในที่โปร่งกว้างขวาง (ไม่ต้องอับและอ้าวเหมือนวันนั้น) ในเวลาและสภาพการอดอาหารและอากาศร้อนเช่นวันนั้นจะเป็นเช่นไร
การกล่าวหาที่พรั่งพรูจากกระบอกเสียงโฆษณากล่าวหาว่าการชุมนุม ณ วันนั้นได้มีการเตรียมการที่จะเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศจึงต้องรีบเผด็จศึก ไม่ต่างอะไรกับการกล่าวหาประชาชนที่มุงดูเพื่อให้เจ้าหน้าที่เปิดทางเข้าไปรับศพในมัสยิดกรือเซะที่เสียชีวิตมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่เจ้าหน้าที่กลับมองว่าชาวบ้านรอบๆ มัสยิดกรือเซะกำลังจะคิดร้ายและจะล้อมกรอบเจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องจัดการจนเกิดความตายในมัสยิดนั้น 32 คน เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547 เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นถึงแม้บางส่วนจะได้รับการดูแลและเยียวยาจากรัฐแล้วก็ตาม แต่เหตุร้ายในการกล่าวหาต่างๆ มันไม่ได้คลี่คลายไปในทางที่ควรจะเป็น ซ้ำยังเข้าใจกันว่าเดือนรอมฎอนซึ่งเป็นช่วงเวลาของการถือศีลอด เป็นช่วงที่มุสลิมผู้ศรัทธาต้องมุ่งมั่นกระทำความดีทั้งกายวาจาและจิตวิญญาณ สำหรับปีนี้ พ.ศ.2555 เดือนการถือศีลอดตรงกับช่วงวันที่ 19 กรกฎาคม ถึงประมาณวันที่ 18 สิงหาคม 2555 ซึ่งเป็นห้วงเดียวกันกับเหตุการณ์ที่ตากใบ จ.นราธิวาส ได้ปรากฏความรุนแรงเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้และยังต่อเนื่องอยู่
ทำไมปีนี้มันรุนแรงกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ทางการเมืองหลายคนมองได้ในหลายๆ ด้าน อย่างน้อยต้องถามว่ารัฐบาลในช่วงเวลา 8 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันได้มีทางเลือกแก้ปัญหาในแนวทางอื่นเพิ่มอย่างจริงจังมากน้อยเพียงใด กระบวนการนำความจริงในเรื่องต่างๆ มาสู่ประชาชนได้ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมากน้อยเพียงใด การสนธิกำลังเพื่อการตรวจค้นบุคคลเป้าหมายที่เป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกหรือแนวร่วมของกลุ่มกองกำลังที่ใช้อาวุธต่อต้านรัฐบาลและกำลังปฏิบัติการความเลวร้ายในพื้นที่ตัวจริงสามารถพิสูจน์ได้จนกระบวนยุติธรรมได้มีข้อยุติทางคดีจนถึงที่สุดและศาลพิพากษาลงโทษจริงไม่ถึงร้อยละเท่าไหร่ของคดีความทั้งหมดหากยังเป็นข้อมูลเดิมที่ศาลยกฟ้องมากกว่าครึ่งหนึ่งของคดีที่ส่งถึงศาลทั้งหมด นั้นแสดงว่ารัฐบาลกำลังกล่าวหาความเลวร้ายแก่ประชาชนพลเมืองผู้บริสุทธิ์มากที่สุดในโลก นี้คือการฆ่าประชาชนที่หนักหนาสาหัสที่สุด
อัลกุรอานที่เป็นคัมภีร์ทางนำแห่งชีวิตมุสลิมกล่าวไว้ในซูเราะฮ. (บท) อัลบากอเราะ ฮ.โองการที่ 191 และ 217 ได้กล่าวและแปลเป็นภาษาไทยโดยสรุปว่า “การกล่าวร้าย (การกล่าวหาโดยปราศจากความจริง) มันเลวร้ายกว่าการฆ่า (เสียอีก)” หรืออาจจะกล่าวได้ว่าหากความเป็นธรรมไม่สามารถเข้าถึงได้ การเรียกร้องหาความเป็นธรรมคือตัวชี้วัดความศรัทธาได้ด้วยอีกประการหนึ่ง เหตุผลนี้คือส่วนหนึ่งไหมที่ถูกเรียกร้องแม้ชีวิตตนเองจะเสียก็ยอมพลี???



