
ไทยกับระบบการศึกษาที่ไร้อนาคต
ไทยกับระบบการศึกษาที่ไร้อนาคต : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2555
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้เผยผลการศึกษาวิจัยเด็กนักเรียนตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6 ซึ่งจบการศึกษาเมื่อปี 2553 ได้ข้อสรุปที่น่าตกใจว่าแม้รัฐจะมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี เพื่อขยายการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เด็กไทยทุกคนมีโอกาสเข้าเรียนอย่างเท่าเทียมกัน แต่กลับพบว่าในแต่ละปีมีเด็กมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของเด็กที่เข้าสู่ระบบการศึกษาได้หลุดออกนอกระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่วนใหญ่เป็นเพราะปัญหาความยากจนหรือจากปัญหาพฤติกรรมของเด็กเองที่ติดยา ติดเกม หรือท้องในวัยเรียน
ผลการศึกษายังพบว่าหลังจากเด็กเรียนจบการศึกษาภาคบังคับ ม.3 ตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ครอบครัวที่มีฐานะยากจน ส่วนใหญ่จะไม่ให้ลูกเรียนต่อ แต่ให้ไปเป็นแรงงานบางอย่างที่กฎหมายไม่ได้บังคับ อาทิ ก่อสร้างหรือรับจ้างทั่วไป เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันคีนันแห่งเอเชีย และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้ร่วมกันวิเคราะห์ผลการสอบประเมินผลนักเรียนนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ และด้านคณิตศาสตร์ของเด็กไทย ซึ่งยังคงอยู่ในอันดับรั้งท้ายติดต่อกันมาหลายปี โดยอยู่ในอันดับที่ 51 จาก 57 ประเทศทั่วโลก จากเดิมที่เคยอยู่ในอันดับ 46 เมื่อปี 2550 กลับตาลปัตรกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียที่ขยับไปอยู่ในอันดับต้นๆ ก่อนจะได้ข้อสรุปว่าเป็นเพราะกระบวนการเรียนการสอนในห้องเรียนของไทยยังล้าหลัง ไม่เน้นกระบวนการสร้างการเรียนรู้ให้เด็กเกิดกระบวนการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา จนทำให้เด็กไทยอ่อนด้อยในเรื่องการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
ปัญหาเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานมากขึ้นแม้รัฐจะมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี รวมทั้งปัญหาเด็กไทยคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาไม่เป็น ไม่ใช่ปัญหาใหม่ของระบบการศึกษาและสังคมไทย ที่เป็นปัญหาใหญ่กว่านั้นก็คือจนถึงขณะนี้ทั้งกระทรวงศึกษาธิการและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างไม่เคยคิดจะเร่งแก้ไขปัญหาเรื้อรังนี้แต่ประการใด ปล่อยให้สถานการณ์มีแต่เลวร้ายลงตามลำดับ ไม่แม้แต่จะหาคำตอบว่าเหตุใดเด็กจึงหลุดออกจากระบบมากขึ้น ซึ่งสาเหตุไม่ใช่แค่เรื่องของความยากจนเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะร่วมกันหาวิธีดึงเด็กเหล่านี้ให้กลับเข้ามาอยู่ในระบบดังเดิม รวมไปถึงการหาทางออกให้แก่เด็กที่ติดยา ติดเกมหรือท้องในวัยเรียน อาทิ หาอาชีพให้เด็กทำระหว่างเรียน หาทุนการศึกษาให้ หรือในกรณีตั้งครรภ์ระหว่างเรียนโดยเด็กอยากเรียนต่อ ก็ควรเปิดโอกาสให้ไปเรียนในโรงเรียนทางเลือก หรือ กศน. ไม่ควรปล่อยให้เด็กเหล่านั้นเคว้งคว้าง ไร้อนาคต จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมดังเช่นปัจจุบัน
ที่สำคัญก็คือทำอย่างไรถึงจะพัฒนาการสอนของครูให้ทันสมัยหรือเพิ่มกระบวนการการเรียนรู้นอกห้องเรียนมากขึ้น ไม่เช่นนั้นปัญหาก็จะวนเวียนอยู่เช่นนี้ อันจะยิ่งทำให้ระบบการศึกษาไร้อนาคตมากขึ้น



