
อาเซียนเรียกหาบทบาทนำไทย
อาเซียนเรียกหาบทบาทนำไทย: โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
สามวันก่อนได้พบนักวิชาการชาวเวียดนามชื่อ ดร.เหงียน ตี ลัน อัน พูดถึงบทบาทไทยในการแก้ไขข้อขัดแย้งในทะเลจีนใต้อย่างน่าฟังว่า ประเทศไทยมีโอกาสเข้ามามีบทบาทสำคัญในเรื่องข้อพิพาทนี้ ในฐานะไทยเป็นประเทศประสานงานระหว่างจีนและอาเซียน (2012-2015)
ยิ่งปีนี้ ต้องฉลองครบรอบสิบปีของความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับกฎเกณฑ์การแก้ไขข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ด้วย
เธอฟันธงเลยว่าปีนี้อาเซียนไม่สามารถจะพิจารณาและตกลงกันได้ในการเซ็น code of conduct เกี่ยวกับทะเลจีนใต้ได้ทันที่กรุงพนมเปญ เพื่อฉะนั้น เธอเชื่อว่าบทบาทไทยสำคัญมากยิ่งขึ้นในการจะสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น เพื่อให้คู่กรณีทั้งหลายหันหน้าเข้าหากัน เพื่อมาพิจารณาหาจุดร่วมกัน หาทางออกแถลงการณ์ร่วมให้ได้ เพราะถ้าไม่มีแถลงการณ์ร่วมก็จะไม่มีอะไรเป็นลายลักษณ์อักษรออกมาเกี่ยวกับการตัดสินใจของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน
การที่เวียดนามเห็นว่าไทยน่าจะมีบทบาทมาก เพราะเคยเห็นฝีมือไทยเป็นประเทศนำมาตลอดในบริบทอาเซียน โดยเฉพาะในช่วงสงครามกัมพูชา ไทยสามารถสร้างความสามัคคีให้อาเซียนในการต่อสู้กับเวียดนาม เรียกร้องให้เวียดนามถอนทหารออกจากกัมพูชา ไทยเป็นเสาหลักอาเซียนจนทุกคนยอมรับ ในเรื่องนี้เวียดนามรู้จักไทยดี เวียดนามจึงพึ่งหวังไทยจะเข้ามาช่วยกอบกู้ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนและจีนให้กลับมาสู่สภาพเดิมในอนาคตอันใกล้
ผู้เขียนคิดว่านักวิชาการคนนี้ตีค่าบทบาทและความพร้อมนโยบายการทูตไทยสูงไปหน่อย เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เน้นการทูตต่างประเทศมากนัก พูดตรงๆ เพราะผู้นำไทยเราไม่ค่อยอยากพูดภาษาอังกฤษ มีความพยายามที่จะให้พูดน้อยที่สุดเวลามีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน อ่านตามบทที่เตรียมได้แต่ไม่ใช่เสมอไปเพราะบางครั้งผู้นำคนอื่นเกิดอยากพูดในประเด็นใหม่ๆ ขึ้นมา ทำให้ฝ่ายไทยไม่สามารถต่อยอดได้หรือเข้าสนทนาได้ เนื่องจากไม่ได้เตรียมมา ฉะนั้นต้องมีทักษะและไหวพริบ ที่ชัดเจนคือรัฐบาลชุดนี้สนใจแต่เรื่องภายในประเทศมาก ในกรณีอาเซียนมีการโหมโรงเรื่องประชาคมอาเซียน ภายในประเทศ แต่ในทางต่างประเทศกลับไม่มีเสียงประเทศไทยเลยแม้แต่น้อยแม้แต่เรื่องอาเซียนก็ตาม
รัฐบาลไทยต้องพิจารณาหาผู้นำไทยที่สามารถเข้าใจสถานการณ์ในภูมิภาคและพูดแทนคนไทยได้ ไม่ใช่กล้าๆ กลัวๆ ประเทศไทยมีคนที่มีความสามารถมากมาย ขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านเรารุดหน้าไปเยอะมาก ไทยรอช้าไม่ได้ ถ้าผู้นำไทยไม่ออกโรงเอง ใครจะมาพูดแทนไทยเรา
ในช่วงสามปีนี้ไทยต้องพยายามเป็นตัวเชื่อมที่ดีระหว่างจีนกับอาเซียน มีบ่อยครั้งที่สมาชิกอาเซียนเห็นว่าไทยใกล้ชิดกับจีนมากๆ สร้างความกังวลใจให้สหรัฐอเมริกา ซึ่งตอนนี้ยังเป็นพันธมิตรทางความมั่นคงอยู่ เราต้องคิดรอบคอบกว่านี้เวลาทำอะไรลงไป
เดือนพฤศจิกายน ช่วงประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกหรืออีเอเอสในกรุงพนมเปญ ก็จะเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่า ผู้นำโลกอย่างเช่นสหรัฐอเมริกาหรือรัสเซียจะแวะเมืองไทยหรือเปล่า คงได้รู้กันในเร็วๆ นี้



