
หญิงเก่งกับชายโง่เขลาและอวดดี
หญิงเก่งกับชายโง่เขลาและอวดดี : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2555
นายมิตต์ รอมนีย์ ว่าที่ตัวแทนของพรรครีพับลิกันในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในปลายปีนี้ ได้เรียกร้องให้ ส.ส.ทอดด์ แอกกิน สังกัดพรรคเดียวกันถอนตัวจากการลงสมัครชิงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภารัฐมิสซูรี หลังจากให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งด้วยความอวดดีว่าตัวเองต่อต้านการทำแท้งทุกรูปแบบ รวมทั้งการทำแท้งของสตรีที่ถูกข่มขืน เพราะเชื่อว่าการข่มขืนตามที่นิยามไว้ในกฎหมาย ร่างกายของผู้หญิงมีกลไกที่จะทำให้ไม่เกิดการตั้งครรภ์ได้
ประธานาธิบดีบารัก โอบามาเองได้วิจารณ์คำพูดของนายแอกกินเช่นกันว่า การข่มขืนก็คือการข่มขืน การแบ่งประเภทของการข่มขืนนับเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี ที่สำคัญการข่มขืนสามารถทำให้ตั้งท้องได้ ความเห็นที่ไม่เหมาะสมของนายแอกกินถือเป็นตัวอย่างอันดีว่าเหตุใดจึงไม่ควรให้นักการเมืองชายซึ่งเป็นสัดส่วนข้างมากในสภาตัดสินใจเกี่ยวกับกฎหมายด้านสุขภาพของผู้หญิง
แม้ว่านายแอกกินจะโพสต์วิดีโอขอโทษในภายหลังในสิ่งที่พูดไปก่อนหน้า แต่ความเห็นของนายแอกกินเท่ากับตอกย้ำความคิดของสังคมชายเป็นใหญ่ที่ยังคงกดขี่ผู้หญิงเหมือนเดิม มองผู้หญิงว่าเป็นเหยื่อหรือมีสถานภาพด้อยกว่า ไม่ผิดอะไรกับคราวที่อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตันเอาตัวรอดจากการถูกรัฐสภาเปิดอภิปรายเพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งกรณีมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ โมนิกา ลูวินสกี นักศึกษาฝึกงาน โดยยอมรับว่ามี "ความสัมพันธ์ไม่เหมาะสม" แต่ไม่มีการร่วมประเวณี เป็นเพียงแค่ความสัมพันธ์โดยใช้ปากเท่านั้น
ความเห็นของนายแอกกินหรือของอดีตประธานาธิบดีคลินตันเท่ากับเฉลยคำตอบว่าเหตุใดผู้หญิงยุคใหม่โดยเฉพาะผู้หญิงไทยจึงดิ้นรนอยากจะมีการศึกษาสูงขึ้น และอยู่เป็นโสดมากขึ้น ดังผลการศึกษาล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงเปลี่ยนไปก็คือพวกเธอต่างตระหนักดีว่าการศึกษาสูงๆ เท่านั้นจะช่วยยกสถานภาพของผู้หญิงให้สูงขึ้น จนมีความเสมอภาคทัดเทียมกับผู้ชาย ไม่ถูกเลือกปฏิบัติและไม่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ง่ายๆ ตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ พ.ศ.2522 ซึ่งประเทศไทยได้รับรองอนุสัญญาฯ ดังกล่าว
ที่สำคัญขณะนี้ผู้หญิงเป็นผู้ควบคุมกำลังการผลิตของโลกมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งผลการศึกษาพบว่ากว่า 50% ของผู้ควบคุมกำลังการผลิตตรงข้ามกับเด็กชายไทยที่พ่อแม่มักจะฝากความหวังไว้ ถึงขนาดยอมให้ลูกสาวลาออกจากโรงเรียนในช่วงเศรษฐกิจตกสะเก็ดเพื่อให้ลูกชายได้เล่าเรียนต่อไป แต่ปรากฏว่าเด็กชายกลับทำตัวเองจนต้องออกจากระบบการศึกษามากขึ้น หนำซ้ำยังไม่รับผิดชอบใดๆ ชอบดื่มเหล้าเมายา สูบบุหรี่ หรือก่ออาชญากรรมและความรุนแรงต่างๆ จนกลายเป็นวิกฤติหนึ่งของสังคมอยู่ในขณะนี้ อันเนื่องจากความคิดล้าหลังตกยุคสมัยที่ควรจะถูกกำจัดให้หมดสิ้นไป



