
ใต้กลียุค!
ใต้กลียุค! : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2555
เดือนรอมฎอน หรือเดือนแห่งการถือศีลอดของชาวไทยมุสลิม ในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา นับว่าเกิดเหตุการณ์วุ่นวายที่ภาคใต้มากเป็นประวัติการณ์ จนกระทั่งสิ้นสุดเดือนรอมฎอน เหตุการณ์ก็มิได้ลดความตึงเครียดลง ตรงกันข้ามกลับทวีความรุนแรงมากขึ้น มีความถี่มากขึ้น เช้ามืดวานนี้(22 ส.ค.) เกิดเหตุคนร้ายกว่า 10 คน พร้อมอาวุธปืนสงครามได้ปีนกำแพงบุกเข้าไปภายในบริษัทปัตตานีฮอนด้าคาร์ ซึ่งจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้า ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-หาดใหญ่ คนร้ายได้กระจายกำลังเข้าไปล็อกตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จำนวน 3 คน พร้อมใช้อาวุธปืนจี้บังคับไม่ให้ขัดขืน ก่อนที่คนร้ายอีกชุดจะทุบกระจกรถ และใช้น้ำมันเบนซินราดไปยังรถยนต์ จำนวน 15 คัน ซึ่งจอดไว้ในโรงรถด้านหลัง แล้วจุดไฟเผารถยนต์ป้ายแดงได้รับความเสียหายทั้งหมด นี่เป็นการโจมตีเป้าหมายทางธุรกิจที่ส่งผลสะเทือนอย่างสำคัญอีกครั้งหนึ่ง
นับจากประวัติศาสตร์ เหคุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในภาคใต้ไม่เคยขาดหาย แต่หลังจากเหตุการณ์ปล้นปืนที่นราธิวาส เมื่อเดือนมกราคม 2547 พร้อมกับถ้อยคำ "โจรกระจอก" ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สถานการณ์ความรุนแรงก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ และจากวันนั้น จนถึงวันนี้ ภาคใต้ไม่เคยสงบสุขอีกเลย หลังรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เคยคาดหวังกันว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่น่าจะรู้ปัญหาภาคใต้ดีที่สุด เนื่องจากเป็นเจ้าของพื้นที่ มีความสัมพันธ์กับชาวบ้านมาต่อเนื่องยาวนาน แสดงราคาความเป็นผู้ “รู้จริง” มาเนืองๆ ระหว่างที่รอเวลาเป็นรัฐบาล ตลอดห้วงระยะเวลาที่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ต้องเผชิญกับสภาพบ้านป่าเมืองเถื่อน ในภาคใต้ นับจากเหตุการณ์ปล้นปืนที่กองพันทหารพัฒนา จ.นราธิวาส เมื่อเดือนมกราคม 2547 จะเป็นคล้าย “อัศวินม้าขาว” มากู้วิกฤติการณ์ หรืออย่างน้อยก็ทำให้เหตุการณ์เบาบางลง แต่ประชาธิปัตย์ก็ทำให้คนไทยผิดหวัง
ยุทธวิธีของผู้ก่อการร้ายเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากการระเบิดสถานบันเทิง ระเบิดหม้อแปลงไฟฟ้า การระเบิดลวงให้เข้าไปเก็บกู้ แล้วระเบิดซ้ำ ฝังถังดับเพลิงไว้ใต้พื้นถนนที่รถสัญจรไปมา กลับมาที่คาร์บอมบ์ซึ่งเป็นยุทธวิธีหลักในการทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งการพุ่งเป้าโจมตีเป้าหมายทางธุรกิจ เช่น ที่เกิดขึ้นวานนี้นั่นหมายถึงว่า ฝ่ายผู้ก่อการร้ายได้กุมสภาพการนำอย่างเต็มรูปแบบ ฝ่ายความมั่นคงได้แต่ตั้งรับ และนับศพทหาร ตำรวจ ที่จะต้องตายไปเป็นใบไม้ร่วงมิรู้ว่าจะสิ้นสุดวันใด ในขณะที่ปฏิบัติการของฝ่ายผู้ก่อการร้ายก็ก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ และหาได้ปิดลับจนไม่สามารถสกัดกั้นได้ เช่น ผู้ก่อการร้ายจะโจมตีเป้าหมายซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ใน จ.ยะลา ก็จะแจกจ่ายใบปลิวภาษามลายูถิ่นใต้ให้รู้ล่วงหน้า อาจกล่าวได้ว่า โจรใต้สามารถก่อเหตุที่ไหนก็ได้ เป้าหมายใดก็ได้ โดยเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีทางป้องกัน หรือรู้ล่วงหน้า
รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยทำท่าแข็งขัน เอาจริงเอาจังในตอนต้น ยกขบวนรัฐมนตรีไปดูปัญหาภาคใต้ชนิดไปเช้า เย็นกลับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จัดการประชุมบูรณาการการแก้ปัญหาภาคใต้อย่างอึกทึกครึมโครม ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐต่างหาเหตุผลมาอธิบายต่างๆ นานา เช่น โจรใต้กำลังจะพ่ายแพ้ จึงต้องพยายามแสดงแสนยานุภาพให้เห็น หรือเป็นการสร้างผลงานเพื่อการเรียกร้องทุนสนับสนุน แต่ทุกเหตุผล ก็ได้รับการยืนยันด้วยการก่อเหตุทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา การเผาทำลายรถยนต์ของบริษัทเอกชนเช้าวานนี้ แม้มูลค่าความเสียหายจะไม่มากนัก เมื่อเทียบกับขนาดของธุรกิจรถยนต์ของบริษัทญี่ปุ่นรายนี้ แต่มูลค่าความเสียหายในเชิงจิตวิทยานั้นนับว่าสูงอย่างยิ่ง นอกจากชาวบ้านที่อพยพย้ายถิ่น จากภาคใต้ตอนล่าง มาอยู่ภาคใต้ตอนบน และภาคอื่นๆ จนเมืองแทบจะร้างผู้คนแล้ว ต่อไปการลงทุนธุรกิจก็จะหดหายไปด้วย



