
จับตา3แนวทางถอนประกัน19นปช.
จับตา3แนวทางถอนประกัน19นปช.'ปล่อย-ขังบางคน-ขังหมด' : ขยายปมร้อนโดยเกศิณี แตงเขียว
วันที่ 22 สิงหาคมนี้ เป็นวันที่ศาลอาญาจะชี้ชะตา “ตู่" จตุพร พรหมพันธุ์, เจ๋ง ดอกจิก หรือยศวริศ ชูกล่อม แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมทั้งแกนนำและแนวร่วม นปช.อีก 17 คน จำเลยคดีก่อการร้าย ว่าจะเพิกถอนประกันตัวหรือไม่
หลังจากศาลใช้เวลา 2 นัด คือวันที่ 23 กรกฎาคม และวันที่ 9 สิงหาคม ซักถามถึงข้อเท็จจริงพฤติการณ์ และคำพูดที่ขึ้นเวที นปช.ปราศรัย หน้าอาคารรัฐสภา เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2555 ที่ไปพาดพิงคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จนได้ความจริง และศาลก็พร้อมจะมีคำสั่ง
ขนาด “ทวีป ประจวบลาภ” อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา แถลงข่าวเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ชัดเจนว่าจะไม่มีการเลื่อนนัด และพร้อมจะมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดแน่นอนในวันที่ 22 สิงหาคม รวมถึงเตือนแกนนำ นปช.ให้มาศาลตามนัด อย่าเล่นเกมดึงเวลาขอเลื่อนนัดโดยไม่มีเหตุอันควร
แถมอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคนนี้ยังมีวลีเด็ดพ่วงท้ายด้วยว่า “โดยผลของกฎหมายแล้วจำเลยทุกคนต้องมาศาล ถ้าไม่มาถือว่าผิดสัญญาประกัน ศาลสามารถเพิกถอนประกันได้โดยไม่ต้องเรียกมาสอบถามใดๆ เลย เพราะถือว่ามีการผิดสัญญาประกันโดยปริยาย จึงขอเตือนจำเลยทั้ง 19 คนล่วงหน้า ว่าอย่าเล่นเกมเด็ดขาด ถ้าจะใช้ไม้ไหน ยังไง ศาลก็มีมาตรการรับมืออยู่แล้วแต่คงบอกไม่ได้ คนที่ไม่มาอาจถูกถอนประกันก่อนคนที่มาก็ได้ ซึ่งจะเป็นเรื่องร้ายแรงกว่า ดังนั้นจำเลยทุกคนควรจะมา"
เมื่อชัดเจนว่า ศาลจะไม่เลื่อนฟังคำสั่งแน่ หากไม่มีเหตุจำเป็นถึงขั้นคอขาดบาดตาย วันนี้เหล่าแกนนำ นปช. และกลุ่มคนเสื้อแดง คงลุ้นระทึก! กับผลคำสั่งของศาลที่จะออกมาว่าจะถอน...ไม่ถอน...??
หากย้อนไปดูพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นของเหล่าแกนนำตัวเอ้ ที่ศาลเคยซักถามไว้เป็นข้อมูลหลักฐานประกอบการออกคำสั่ง เหล่าแกนนำยอมรับตรงกันว่ามีการขึ้นปราศรัยจริง
ขณะที่ "จตุพร" ออกตัวว่า เขาทำหน้าที่วิจารณ์การทำงานของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่เป็นเพียงองค์กรอิสระไม่ใช่ฝ่ายตุลาการ ซึ่งเขาเห็นว่ามีที่มาที่ไปไม่เหมาะสมและติงการสั่งรับคำร้องการแก้ร่างรัฐธรรมนูญที่ขัดมาตรา 68 ที่แม้จะมีคำไม่สุภาพย้อนยุคไปสมัยพ่อขุนรามคำแหงบ้าง แต่เขาไม่ได้กระทำการใดๆ ที่จะก่อความไม่สงบเรียบร้อย ที่เป็นเงื่อนไขประกันตัวของศาลอาญา ซึ่งหากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าตัวเองเสียหาย ก็สามารถยื่นฟ้องคดีอาญาได้เอง และที่สำคัญกรณีของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่อาจมาร้องขอให้ศาลอาญา พิจารณาเพิกถอนประกันได้เพราะไม่ใช่คู่ความคดีอาญาก่อการร้าย
ส่วน "เจ๋ง ดอกจิก" ก็ย้อนรอยไปว่า ตัวเองเคยเป็นนักแสดงตลก คำพูดที่สื่อออกไปในการปราศรัยจึงเป็นเรื่องตลกอยู่บ้าง แม้เขาจะเป็นคนประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมาก ล่วงรู้ถึงรายละเอียดที่ตั้งบ้านพัก เบอร์โทรศัพท์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและครอบครัวก็ตาม แต่เขาได้กล่าวขอโทษทันทีเมื่อรู้สึกตัวว่าไม่เหมาะสม ซึ่งช่วงที่เขาขึ้นเวทีกล่าวขอโทษตุลาการ มีคนมาฟังมากกว่าตอนที่เขาประกาศที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ครอบครัวตุลาการเสียอีก
ส่วนที่เหลืออีก 17 คน ก็ให้การไปทำนองเดียวกันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพูดปราศรัย และไม่ได้ไปร่วมปราศรัย ทั้งยังไม่เคยทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว
แต่เมื่อการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวของแกนนำ นปช.ที่ผ่านมา ศาลได้วางเงื่อนไขไว้ว่า “ห้ามมิให้จำเลยกระทำการใดๆ อันอาจก่อให้เกิดอันตรายกระทบต่อความสงบเรียบร้อย” จึงต้องมาดูกันว่า คำพูดปราศรัยนั้น เป็นการละเมิดฝ่าฝืนเงื่อนไขที่ศาลวางไว้หรือไม่
ซึ่งคำสั่งศาลที่ออกมาอาจเป็นไปได้ 3 แนวทาง ในทางที่เป็นคุณที่สุดกับจำเลย คือศาลอาจมีคำสั่งยกคำร้อง ไม่เพิกถอนการประกันตัวจำเลยทุกคน ทุกอย่างเป็นอันยุติ เพราะพฤติการณ์นั้นไม่เข้าข่ายการยั่วยุจนเป็นเหตุก่อความไม่สงบเรียบร้อย
หรือทางที่ 2 ศาลอาจมีคำสั่งให้เพิกถอนปล่อยชั่วคราวจำเลยเพียงแค่บางคน เพราะพฤติการณ์และคำพูดของแกนนำ นปช.บางคน ไปสร้างความรู้สึกปลุกปั่น ยั่วยุให้แก่บุคคลที่ได้รับฟังที่จะกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด แม้เวลาที่พูดยังมิได้เกิดความไม่สงบ วุ่นวายภายในบ้านเมือง แต่หากคนพูดเล็งเห็นผลการกระทำของตัวเองชัดแจ้งว่า มีผลต่อการโน้มน้าวผู้ชุมนุม ก็เป็นไปได้ที่จะเข้าข่ายผิดเงื่อนไข อย่างนี้อาจถูกถอนประกัน
หากมองประเด็นนี้ก็ไม่แปลกใจที่ “เจ๋ง ดอกจิก” แกนนำ นปช. จะยอมลดระดับตัวเอง ขอกลับไปเป็นตลก ที่พูดอะไรก็เพราะตลก เพื่อต่อสู้กับการถูกร้องขอเพิกถอนประกันในชั้นศาล ที่เขาเองก็ไม่อยากกลับลิ้มรสการนอนคุก ที่เคยได้รับบทเรียนมาแล้ว
ซึ่งหากครั้งนี้ "เจ๋ง" จะถูกถอนประกันจริง นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ก็ยอมรับว่า คงไม่ง่ายหากจะยื่นขอประกันใหม่ในทันที และถ้าจะใช้ช่องทางยื่นอุทธรณ์ศาลสูง ก็จะเสี่ยงไม่น้อยหากศาลระบุว่า ยังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ที่เหมือนกับครั้งการยื่นขอปล่อยตัวแกนนำ นปช.ในช่วงแรกๆ ดังนั้นแปลว่า หากแกนนำถูกถอนประกัน เขาจะต้องหมดอิสรภาพ ไปใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำ ที่ไม่รู้ว่าจะได้ออกมาอีกครั้งเมื่อไหร่!
ขณะที่แนวทางสุดท้ายของการมีคำสั่งแบบลบสุดขั้ว คือศาลอาจมีคำสั่งเพิกถอนประกันจำเลยทั้ง 19 คน เพราะถือว่าเป็นจำเลยชุดเดียวกัน มีข้อกำหนดเงื่อนไขปล่อยชั่วคราวใกล้เคียงกัน
แม้จำเลยบางคนจะไม่ได้กระทำผิดเงื่อนไข แต่อย่างไรก็ตาม ตามหลักกฎหมายบุคคลใดกระทำบุคคลนั้นต้องรับผิดชอบนาทีนี้ จึงต้องนับถอยหลัง รอฟังคำสั่งศาลอาญาว่าจะมีดุลพินิจออกมาจัดระเบียบจำเลยที่ถูกร้องให้เพิกถอนประกันในระดับไหน
หรือถ้าแม้คำสั่งศาลจะไม่แรงสุดขั้ว แต่จะใช้อำนาจในการตักเตือนวางเงื่อนไขเพิ่มเติมให้เข้มขึ้น หรือให้ชัดขึ้น เหมือนที่ศาลเคยกำชับ "จตุพร" ในวันที่ไต่สวน ให้ระวังคำพูดที่จะไปกระทบบุคคลอื่น จะเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่แกนนำ นปช. ลุ้นกันเหงื่อตก...ทีเดียว!
------
(หมายเหตุ : จับตา3แนวทางถอนประกัน19นปช.'ปล่อย-ขังบางคน-ขังหมด' : ขยายปมร้อนโดยเกศิณี แตงเขียว)



