
มายาการเมือง
มายาการเมือง : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
หลายคนคงชื่นชอบ "หงส์สะบัดลาย" ละครหลังข่าวของช่อง 3 เพราะหลายฉากหลายตอน ทำให้ย้อนกลับมาดูละครแห่งชีวิตของนักการเมืองไทย ซึ่งไม่บ่อยนักที่จะมีละครแนวนี้ทางฟรีทีวี
ณัฐพล แสงทอง คอลัมนิสต์เนชั่นสุดสัปดาห์เล่าว่า เมื่อครั้งที่ "หงส์สะบัดลาย" ยังเป็นนวนิยายจากปลายปากกาของ "ช่อมณี" มีการตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสารภาพยนตร์บันเทิง ช่วงเดือนตุลาคม 2547 ก็ตรงกับช่วงเวลาอันเป็นจุดเริ่มต้นของขบวนการต้าน "ระบอบทักษิณ"
ผู้ประพันธ์นิยายเรื่องหงส์สะบัดลาย ได้จินตนาการเหตุการณ์ทางการเมืองในอีก 8 ปีข้างหน้า นั่นคือ พ.ศ.2463 นายกรัฐมนตรีวัย 65 ปี มีนามว่า "พิบูลย์" เกิดเป็นลมกะทันหันในระหว่างการประชุมป้องกันการก่อกบฏ เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าจะมีการปฏิวัติ
กลุ่มขุนศึกไม่พอใจนโยบายของรัฐบาลที่ลดการสนับสนุนเงินซื้ออาวุธใหม่ ระหว่างที่นายกฯ นอนป่วยอยู่โรงพยาบาล ต้องจำใจแต่งตั้ง "นายพลพงษ์เลิศ ชัยธวัช" เป็นผู้นำกองทัพ จากการบีบคั้นของบรรดานายทหารและนักธุรกิจกลุ่มหนึ่ง
ฉากต่อมาก็คือการยึดอำนาจและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่มาจากคณะรัฐประหาร ซึ่งในเวลาถัดมา รัฐบาลเผด็จการทหารประกาศนิรโทษกรรมให้แก่คณะปฏิวัติ และแต่งตั้งบรรดาเครือญาติ ผู้สนิทชิดเชื้อเข้ามาทำงานบริหารในกระทรวงทบวงกรมต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งกองกำลังพิเศษ ทำหน้าที่จับกุมผู้สงสัยว่า เป็นพวกต่อต้านอำนาจรัฐบาล ด้วยการจับขังคุก ยึดทรัพย์ ฯลฯ
สันนิษฐานว่ายุคนั้นเป็น "ประชาธิปไตยครึ่งใบ" ยังมีการเลือกตั้งภายใต้ปากกระบอกปืน แต่การอยู่ในอำนาจนาน 10 ปีของนายพลพงษ์เลิศ ประชาชนกลับอดอยากยากแค้น รัฐบาลเต็มไปด้วยหนี้สินมากมาย ประชาชนเริ่มเบื่อหน่ายต้องออกมาประท้วงขับไล่รัฐบาล
จังหวะนี้เองที่เกิด "พรรครักษ์ไทย" และสถานการณ์ได้นักการเมืองหนุ่มเลือดใหม่ อันเป็นพล็อตหลักที่นำไปสู่การชิงรัก ชิงอำนาจตามแนวนวนิยายทั่วไป
เรื่องที่เล่ามาข้างต้นนี้ ไม่มีในละคร เพราะเมื่อ "ทีวีซีน" ซื้อบทประพันธ์เรื่องนี้มาก็เอาแค่ "ชื่อเรื่อง" และ "พล็อตชิงอำนาจ" โดยไม่มีเรื่องราวของทหารและการรัฐประหาร
"พรรครักษ์ไทย" ในนวนิยายถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "พรรคสยามพัฒนา" ที่เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งปกติ โดยผู้นำพรรคชนะเลือกตั้งได้คะแนนเสียงท่วมท้น
จากนิยายเรื่องหงส์สะบัดลาย ทำให้นึกถึงนิยายเรื่อง "ผู้ดีน้ำครำ" อันสะท้อนภาพสังคมและการเมืองไทย ระหว่างปี 2516-2518 ได้ดีที่สุด เมื่ออ่านนิยายเรื่องนี้ เหมือนได้อ่านวิทยานิพนธ์การเมืองไทยหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา
'รงค์ วงษ์สวรรค์ วาดภาพตัวละครอย่าง "ดำ" บัลดล สีสุบิน บุตรชายคนเดียวของรัฐมนตรี บรรลาย สีสุบิน และคุณหญิงรูจี สีสุบิน ให้ก่อขบถวงศ์ตระกูล โดยลุกขึ้นมาเขียนนวนิยายประจานความเสื่อมทรามของสังคมคนชั้นสูงกับการเมือง
"ผู้ดีน้ำครำ" ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันของคนจนกับคนรวย มันเป็นความแตกต่างระหว่างชนชั้น
จะว่าไปแล้ว ทั้งเรื่องหงส์สะบัดลายกับผู้ดีน้ำครำ ก็เป็นนิยายไทยไม่กี่เรื่องที่มีกลิ่นอายการเมือง และเป็นน้ำดีหยดเล็กๆ ในดงน้ำครำอันกว้างใหญ่



