
วิกฤติเด็กวัยเรียน
วิกฤติเด็กวัยเรียน : บทบรรณาธิการประจำวันที่22สิงหาคม พ.ศ.2555
กรณีคนร้ายซึ่งเป็นนักเรียนวัยรุ่นอายุเพียง 17 ปี ใช้อาวุธปืนยิงเด็กอาชีวะชั้นปีที่ 1 ต่างสถาบัน อายุแค่ 16 ปี เสียชีวิตอย่างอนาถบนรถโดยสารประจำทาง เหตุเกิดแถวย่านบางพลัด เป็นข่าวที่สร้างความสะเทือนใจและหวาดกลัวให้แก่ผู้ปกครองโดยทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพ่อแม่เด็กนักเรียนที่ตกเป็นเหยื่อ เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกและเชื่อว่าจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายด้วย เนื่องเพราะมีเหตุรุนแรงลักษณะนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นวัฏจักรทุกๆ ปี ที่ผ่านมารัฐยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างลุล่วง โดยเฉพาะปัญหาเด็กอาชีวะไล่ฆ่าไล่ทำร้ายกัน ที่สำคัญไม่ได้จำกัดแต่สถาบันใดสถาบันหนึ่งแต่กระจายไปเกือบทุกโรงเรียน ทุกพื้นที่
หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา คือ กระทรวงศึกษาธิการ ยังไม่สามารถควบคุมหรือแก้ไขปัญหาความรุนแรงในเด็กวัยเรียนได้ โรงเรียนอาชีวะที่มีอยู่ก็ไม่สามารถบ่มเพาะพฤติกรรมด้านบวกให้แก่เด็กหรือจัดการเรียนการสอนให้สัมฤทธิผลทางการศึกษาและความประพฤติปฏิบัติที่เหมาะสมกับวัยได้ ที่น่าเป็นห่วงคือบางสถาบัน ครูบาอาจารย์กลับกลายเป็นตัวเร่งให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวเสียเอง ขณะที่วัฒนธรรมทางสังคม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามดูจะเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ ความเคารพนับถือ ความห่วงหาอาทรระหว่างกัน จิตสำนึกในหน้าที่ของพลเมืองดีสูญสิ้นไปโดยสิ้นเชิง ยังไม่นับรวมถึงปัญหาอาชญากรรมที่มีผลถึงตัวเด็กโดยตรง เช่น ยาเสพติด อาวุธปืน ที่หาซื้อได้ง่าย ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง มีช่องโหว่ที่ทำให้เด็กไม่เกิดความยำเกรง
พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มีเจตนาที่จะคุ้มครองเด็กที่ถูกกระทำ มีข้อห้ามต่างๆ มากมาย แม้แต่ผู้ปกครองเอง ถ้าไม่ปฏิบัติอย่างดีต่อเด็ก ก็ต้องรับโทษเช่นกัน บางบทยังระบุไปไกลถึงการละเลยของผู้ปกครองที่ปล่อยให้เด็กไปกระทำความผิดในลักษณะต่างๆ จะต้องรับผิดชอบทางคดีร่วมกันด้วย แต่ที่ผ่านมายังไม่มีผู้ปกครองรายใดถูกดำเนินการ ผู้ปฏิบัติคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจมักชี้แจงว่า ด้วยเศรษฐกิจที่รัดตัว พ่อแม่ผู้ปกครองต้องทำมาหากิน จึงดูแลไม่ทั่วถึง ซึ่งในความเป็นจริงนอกจากเรื่องเด็กทะเลาะวิวาทกันแล้วยังมีปัญหาเด็กซิ่งเด็กแว้น ที่ผู้ปกครองเองเป็นผู้สนับสนุนซื้อรถจักรยานยนต์ให้ขับ เอามาแต่งเอามาสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น
ปัญหาเด็กนักเรียนตีกันไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยผ่าน หรือรัฐบาลรวมทั้งหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบมองข้ามความสำคัญของเยาวชน เพราะสุดท้ายจะกลายเป็นเรื้อรัง เมื่อเด็กมีปัญหาย่อมสะท้อนถึงคุณภาพคน สะท้อนถึงอนาคตของชาติ ความแข็งแกร่งทางสังคม ดังนั้น ปัญหาความรุนแรงของเด็กวัยเรียนจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ที่ผ่านมาระบบการศึกษาไทยแกว่งไปมา การจัดลำดับความสำคัญในเชิงการศึกษามักมุ่งเน้นไปที่มหาวิทยาลัย แต่ระดับแรงงานเช่นสถาบันอาชีวะ กลับถูกมองผ่านหรือให้การสนับสนุนน้อยกว่า ทั้งๆ ที่กลุ่มนี้คือกำลังระดับปฏิบัติจริง ภาคธุรกิจต้องการมากกว่าวุฒิทางปริญญาด้วยซ้ำ รัฐบาลควรมองปัญหาในทุกมิตินำมาถกเพื่อหาทางออก ไม่ใช่หน้าที่ของใครเฉพาะ ตำรวจได้แค่แก้ไขที่ปลายเหตุ ครอบครัว สถาบันการศึกษาต่างหากที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันนำเด็กให้ข้ามผ่านวัยนี้ไปให้ได้ วัยที่เป็นทั้งผู้กระทำและเหยื่อท่ามกลางความอกสั่นขวัญแขวนของผู้ปกครอง



