คอลัมนิสต์

(เสื่อม)ศรัทธาตำรวจ

(เสื่อม)ศรัทธาตำรวจ

22 ส.ค. 2555

(เสื่อม)ศรัทธาตำรวจ: โลกตำรวจ โดยปนัดดา ชำนาญสุข

              การปกป้องกองทัพของผู้นำทหารถูกแสดงออกอย่างเข้มแข็งและชัดเจน เพื่อสื่อสารว่า “ใครจะมาทำลายภาพลักษณ์ ชื่อเสียง และความศรัทธาที่ประชาชนจะมีต่อกองทัพไม่ได้” ทำให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างทหารกับตำรวจ
 
               บ่อยครั้งที่การนำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเป็นความเข้าใจที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน บ่อยครั้งที่ภาพลักษณ์ของตำรวจในสายตาของชาวบ้านหรือประชาชนเกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจ แต่น้อยครั้งที่จะเห็นผู้นำตำรวจในระดับต่างๆ จะออกมาชี้แจงแสดงเหตุผลหรือปกป้องภาพลักษณ์ขององค์กร หรือแม้แต่กระทั่งปกป้องภาพลักษณ์ของตัวตำรวจผู้ปฏิบัติงานเอง โดยมักให้เหตุผลว่า "พูดไปก็เท่านั้น พูดไปก็หาว่าแก้ตัว”
 
               “ถ้าประชาชนไม่ศรัทธาทหารแล้ว ประชาชนจะอยู่ได้อย่างไร” ผู้นำทหารกล่าวต่อสื่อมวลชน
 
               หากจะกล่าวถึงเหล่าทัพทั้ง 4 ซึ่งประกอบด้วย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และตำรวจแล้วนั้น ตำรวจคือกลุ่มบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดในชีวิตประจำวันและมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ มีผลต่อความสงบในการดำเนินชีวิตมากที่สุด
 
               ดังนั้นศรัทธาที่ประชาชนจะต้องมีต่อตำรวจจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าศรัทธาที่มีต่อทหาร หรืออย่างน้อยต้องไม่น้อยกว่า แต่ทำไมประชาชนคนไทยจึงไม่ค่อยได้เห็นภาพของความพยายามสร้างศรัทธาของผู้นำตำรวจที่ไม่ใช่การสร้างข่าวหรือการประชาสัมพันธ์ตนเองอย่างที่เหล่าบรรดานายๆ ของตำรวจนิยมทำกัน
 
               ความล้มเหลวในการสร้างศรัทธาของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจยังสร้างความประหลาดใจได้ไม่เท่ากับความล้มเหลวของการสร้างศรัทธาของคนในองค์กรที่มีต่อองค์กรหรือสถาบันของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศรัทธาหรือความเชื่อมั่นว่า ผลงานคือเครื่องพิสูจน์ความเป็นตำรวจมืออาชีพ
 
               เมื่อผู้บริหารที่เติบโตขึ้นมานั้นมิได้มาจากศรัทธาที่มีต่อความพยายามในการพิสูจน์ให้เห็นฝีมือของความเป็นตำรวจมืออาชีพ หากแต่มีศรัทธาและเชื่อมั่นว่าความสามารถในการวิ่งเต้น หรือเดินทาง (ข้ามน้ำข้ามทะเล) เข้าหาและใกล้ชิดขั้วอำนาจต่างหากที่จะสามารถทำให้ประสบผลสำเร็จและก้าวหน้าในอาชีพตำรวจได้ วิธีคิดและการกระทำเช่นนี้ เป็นการตอกย้ำความล่มสลายของระบบคุณธรรมในการบริหารงานของตำรวจ และทำลายศรัทธาของตำรวจที่ตั้งใจทำงาน ซึ่งทำให้เกิดผลเสียยิ่งเสียกว่าความเสื่อมศรัทธาอันเกิดขึ้นจากความเข้าใจผิดของประชาชนที่มีต่อตำรวจเสียอีก
 
               ถึงแม้ว่าทั้งประชาชนและแม้แต่เหล่าบรรดาตำรวจเองก็เสื่อมศรัทธาที่มีต่อระบบการบริหารงานในองค์กรตำรวจ แต่การสอบแข่งขันเพื่อที่จะก้าวเข้าสู่อาชีพตำรวจในการรับสมัครบุคคลภายนอกเพื่อสอบแข่งขันเข้ารับการคัดเลือกเป็นข้าราชการตำรวจยศ ส.ต.ต. เงินเดือนเพียง 6,470 บาท พร้อมเงินค่าครองชีพอีก 2,140 บาท จำนวน 1 หมื่นตำแหน่ง โดยมีผู้สมัครกว่า 2 แสนคนเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมว่าอาชีพตำรวจยังเป็นอาชีพที่หลายๆ คนใฝ่ฝันที่จะเป็น (ไม่นับรวมปรากฏการณ์ของความพยายามทุจริตด้วยวิธีการต่างๆ นานา เพื่อให้สามารถได้รับคัดเลือกให้เข้าไปเป็นตำรวจ) ทั้งนี้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าความใฝ่ฝันดังกล่าวมีอะไรเป็นแรงบันดาลใจเบื้องหลัง?
 
               ในเมื่อการก้าวเข้าสู่อาชีพตำรวจยากเย็นแสนเข็ญ และเหล่าบรรดาผู้นำตำรวจก็มีโอกาสอย่างมากในการคัดเลือกคนดีๆ ที่มีความรู้ความสามารถมีคุณสมบัติที่เหมาะสมให้เข้ามาร่วมทีมทำงานพิทักษ์รับใช้ประชาชน
 
               การมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กร มุ่งมั่นในการสร้างเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมในพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละสถานีตำรวจ รวมถึงความพยายามในการสร้างศรัทธาที่ประชาชนและตำรวจผู้ปฏิบัติพึงมีต่อองค์กรตำรวจโดยเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่า ตำรวจคือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่แท้จริง และพร้อมที่จะพิทักษ์รับใช้ประชาชนไม่แตกต่างจากสัญลักษณ์ตำรวจที่อุ้มคนเจ็บโดยมีเด็กเกาะขาอยู่นั้น นับได้ว่าเป็นภารกิจที่สำคัญและยิ่งใหญ่สำหรับผู้นำตำรวจทุกระดับที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกัน จึงจะสามารถประสบผลสำเร็จและยั่งยืนกว่า การสร้างภาพที่ฉาบฉวยผ่านสื่อมวลชนอย่างที่ผู้นำตำรวจนิยมทำกัน!