คอลัมนิสต์

ช้าไม่ได้กับขบวนการค้ายา

ช้าไม่ได้กับขบวนการค้ายา

21 ส.ค. 2555

ช้าไม่ได้กับขบวนการค้ายา : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 21 ส.ค.2555


         แนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า นายออด แซ่ผั่ว ลูกจ้างประจำเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ที่มีคำสั่งจากภายในคุกแห่งนี้ ชัดเจนว่าขบวนการค้ายาเสพติดจากคุกนั้นหยั่งรากลึก และมีเครือข่ายกว้างขวาง ทั้งการซื้อขาย มือปืน รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้การค้าขายสินค้าที่บ่อนทำลายมนุษยชาตินี้เดินไปได้อย่างเข้มแข็งยังคงมีอิทธิพลอยู่
 
              การตรวจค้นเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชมีขึ้นเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้ทั้งยาเสพติด และโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก สร้างความฮือฮาให้แก่คนทั้งประเทศ เพราะไม่คิดว่า การใช้โทรศัพท์มือถือในคุกจะทำได้แทบจะเป็นอิสรเสรี บางเครื่องเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดเสียด้วยซ้ำไป ไม่นานจากนั้นก็มีการเข้าค้นอีกครั้ง ก็ยังคงพบโทรศัพท์มือถืออีกจำนวนหนึ่ง แต่การตรวจสอบข้อมูลจากโทรศัพท์เคลื่อนที่เหล่านี้กลับเป็นไปอย่างยากลำบาก เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งที่การตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ หรือกระทั่งเนื้อหาในการสนทนานั้น หากประสานงานกับเจ้าของโครงข่ายที่ให้บริการก็อาจได้รับความร่วมมือตามที่กฎหมายเปิดช่องทางให้ไว้
 
              ในส่วนของกรมราชทัณฑ์เองก็ควรจะต้องทำอะไรที่มันเร่งด่วน และเด็ดขาดให้มากกว่านี้ หาไม่แล้วไม่เพียงแต่ขบวนการค้ายาเสพติดจะกลับมาเสวยสุขกันในคุกเท่านั้น กรณีเสียชีวิตของ นายออด แซ่ผั่ว น่าจะเป็นอุทาหรณ์ได้เป็นอย่างดีว่า การเข้าไปจัดการขบวนการเหล่านี้ หากใช้วิธีปกติความสูญเสียก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในทันที กรมราชทัณฑ์ควรจะต้องมีความเด็ดขาด ปัญหาใหญ่ระดับนี้อะไรที่จำเป็นต้องทำเพื่อหยุดยั้งขบวนการผิดกฎหมายทำลายคนในชาติก็ต้องลงมือทำทันที อย่าให้การเสียชีวิตของนายออด แซ่ผั่ว เป็นไปโดยไร้ประโยชน์
 
              การย้ายนักโทษขาใหญ่ออกไปอาจเป็นวิธีหนึ่งที่น่าจะได้ผลบ้าง หรือชะลอปัญหาไม่ให้รุนแรงถึงขั้นสั่งเด็ดชีวิตคนที่ขัดขวางขบวนการ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นการแก้ปัญหาที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด รวมถึงแนวความคิดที่จะไปขอที่ดินของกรมธนารักษ์ที่เป็นเกาะแก่งก็ไม่ใช่ทางแก้ที่คุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ ที่เกาะแก่งเหล่านั้นน่าจะชูภาพลักษณ์ประเทศ และนำมาซึ่งเม็ดเงินรายได้จากการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศ มากกว่าจะไปลงทุนเป็นพันเป็นหมื่นล้านเพื่อสร้างอภิมหาคุกเอาไว้กักขังตัวแสบขาใหญ่ยาเสพติด
 
              ขบวนการค้ายาเสพติดในคุกไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้น และเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่รู้ไม่เห็น เพียงแต่ผลประโยชน์เศษเงินจากการค้ายามันมากพอที่จะทำให้เขาเหล่านั้นทรยศต่ออาชีพและทรยศต่อเพื่อนร่วมชาติ แต่ไม่ใช่ว่าเมื่อเจอกับแบบนี้แล้ว กรมราชทัณฑ์จะระย่นย่อหงอให้แก่ขบวนการเถื่อน มาตรการเด็ดขาดและกฎหมายที่เข้มแข็งเท่านั้นที่จะจัดการสิ่งเหล่านี้ ขณะที่ตำรวจเองซึ่งอยู่ในสายธารของการรักษากฎหมาย ก็จะต้องเห็นปัญหาและเร่งมือทำงานในสิ่งที่ตนรับผิดชอบให้ลุล่วงรวดเร็วที่สุด เพราะวันเวลาที่ล่วงเลยไปมันมีชีวิตคนที่เหลือเป็นเดิมพัน