คอลัมนิสต์

ชำแหละงบปี56'ปชป.'ยังไม่ออกอาวุธหนัก

ชำแหละงบปี56'ปชป.'ยังไม่ออกอาวุธหนัก

16 ส.ค. 2555

ชำแหละงบปี56'ปชป.'ยังไม่ออกอาวุธหนัก : ขยายปมร้อนโดยประภาศรี โอสถานนท์

               เริ่มแล้ว...สำหรับการอภิปรายร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 โดยคาดว่าจะใช้เวลา 3 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 15-17 สิงหาคม ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยปีนี้รัฐบาลตั้งงบประมาณไว้ถึง 2.4 ล้านล้านบาท
 
                งานนี้ถือเป็นการลับฝีปากของฝ่ายค้าน ก่อนได้ฤกษ์อภิปรายการแถลงผลงานรัฐบาลในนรอบ 1 ปี และศึกซักฟอก “อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” ซึ่งเมื่อสำรวจดู ส.ส.ที่ขอเสนอแปรญัตติแล้ว รวมถึง 193 คน เป็นพรรคฝ่ายค้านมากกว่าครั้งหนึ่ง คือ 122 คน โดยพรรคฝ่ายค้านตัวแม่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ก็วางยุทธศาสตร์ ”ชำแหละ” งบประมาณปี 56 ของรัฐบาล ”ปู“ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯหญิงคนแรกของประเทศ
 
                ด้วยการวางตัวขุนพลในการอภิปรายไว้กว่า 100 คน นำโดย อดีตขุนคลัง กรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เกียรติ สิทธีอมร อดีตผู้แทนการค้าไทย จุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก ตามมาด้วย ส.ส.ฝีปากกล้าของพลพรรคค่ายสะตออีกหลายคน
 
                เป้าหมายของการถกงบประมาณปี 56 นี้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เน้นที่จะทำให้รัฐบาลเพลี่ยงพล้ำ เจ็บตัว มากนัก เพราะรู้กันแล้วว่า งบประมาณปี 56 จะผ่านฉลุย แต่ฝ่ายค้านจะใช้วิธีนี้เพื่อเป็นเวทีชิมลางก่อนเปิดศึกใหญ่ที่จะตามมา
 
                ดังนั้นการอภิปรายงบประมาณปีนี้ จะเน้นหนักในเรื่องของภาพรวมการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐที่ไม่คุ้มค่า ขาดวินัยการเงินการคลัง โดยเฉพาะการทุ่มงบประมาณไปสนับสนุนนโยบายประชานิยมของพรรครัฐบาลที่หาเสียงไว้เมื่อครั้งเลือกตั้ง เพื่อซื้อใจประชาชน และยังจะชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาล "ชอบกู้เงิน” เพราะครั้งเมื่อประเทศเจอวิกฤติน้ำท่วมเมื่อปลายปี 54 รัฐบาลก็ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านเพื่อนำมาป้องกันน้ำที่จะมาในปีนี้ มาครั้งนี้รัฐบาล ”ปู” ก็ยังจะกู้เงินอีก และโอนภาระเงินไปยังประชาชน ด้วยการรีดภาษีประชาชน
 
                นอกจากนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังจะอภิปรายการตั้งงบประมาณว่าจะมีความคุ้มค่าและมีความเหมาะสมในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณในแต่ละโครงการ เพราะพรรคฝ่ายค้านเห็นว่า บางโครงการได้น้อยบางโครงการได้มาก โดยจะเจาะลึกในเป็นรายกระทรวง เนื่องจากบางพื้นที่ได้รับงบประมาณมาก เพราะเป็น ส.ส.ของรัฐบาล
 
                เรื่องนี้สอดรับกับสุ้มเสียงของ ”บิ๊กเติ้ง” บรรหาร ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา แกนนำตัวจริงในพรรคร่วมรัฐบาล ที่ออกมาโวยเรื่องของงบประมาณที่จัดสรรให้แก่หน่วยของพรรคนี้ ที่ผูกขาดการบริหารงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั่นก็คือ การจัดสรรงบประมาณเพื่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของกรมชลประทานที่กรรมาธิการหั่นงบ ซึ่งเป็นเสียงที่ทำให้รัฐบาล ”ปู” ต้องเอียงหูฟัง เพราะถึงขนาดที่ว่า “มังกรการเมือง” ต้องออกโรงด้วยตัวเอง งานนี้คงต้องเคลียร์ให้จบ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะต้องสู้ถึง 2 ทาง
 
                ที่สำคัญ งานนี้แน่นอนว่า ฝ่ายค้านจะ “บี้” รัฐบาลในเรื่องของการบริหารโครงการที่ผิดพลาด การทุจริตคอรัปชั่น ทำให้เกิดการรั่วไหลของงบประมาณ โดยจะจ้องถล่ม “นโยบายจำนำข้าว” ที่ขณะนี้เหม็นหึ่งไปด้วยการคอรัปชั่น โดยพรรคประชาธิปัตย์ถึงกับบอกว่า เป็นการทุจริตคอรัปชั่นขนานใหญ่ ทำให้ประเทศสูญเสียงบประมาณหลายร้อยล้านบาท พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนโครงการดังกล่าว
 
                ปมเหล่านี้ พลพรรคฝ่ายค้านตระเตรียมข้อมูลอย่างพรักพร้อม จะมุ่งเน้นชำแหละ "งบประมาณ” ในแต่ละมาตรา โดยเรื่องการนำเงินงบประมาณไปใช้โดยไร้ประสิทธิภาพ ซึ่งจะไม่มีการอภิปรายนอกเหนืองบประมาณ แม้บางครั้งอาจจะมีการเลยเถิดไปถึง "คนแดนไกล” บ้าง แต่ก็ไม่มาก เพราะบทเรียนที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์รู้ดีว่า หากแตะ น้องปู หรือ พี่แม้ว ย่อมมีองครักษ์พิทักษ์ออกมาปกป้อง
 
                ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างพรรคภูมิใจไทยก็ออกตัวแรง ขอมีส่วนร่วมในการชำแหละงบประมาณนี้ โดยมีการกล่าวอ้างว่า การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้มีผู้บารมีนอกรัฐบาลเข้าไปมีส่วนในการโยกงบให้แก่คนของตัวเอง โดยมี “เจ๊” สั่งรัฐมนตรีครอบงำกรรมาธิการ เพื่อเทงบลงพื้นที่ของตัวเอง ถือเป็นครั้งแรกของพรรคภูมิใจไทยในฐานะฝ่ายค้าน ที่ออกมาร้องแรกแหกกระเชอ เพื่อไม่ให้ตกขบวน พร้อมทั้ง “ขู่” จะไม่ลงมติผ่านวาระ 3 แต่ก็เป็นแค่ “น้ำจิ้ม” ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรัฐบาลแต่อย่างใด เป็นประเภท ”ขนมจีนผสมน้ำยา”
 
                ด้านพรรคเพื่อไทยก็เตรียมตัวมาดี ในครานี้ หลังจากสมาชิกบ้านเลขที่ 111 กลับสู่เวทีการเมืองอีกครั้ง วางกลยุทธ์แก้เกมอย่างเป็นระบบ ด้วยการปล่อยให้ฝ่ายค้านอภิปรายงบประมาณอย่างเสรี หากจะมีการประท้วงก็จะประท้วงให้น้อยที่สุด ห้ามพวก ”ตัวจี๊ด” คอยประท้วง เพื่อให้การถกร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 56 นี้ ผ่านไปไหลรื่นสะดวกโยธิน
 
                การอภิปรายร่างพรบ.งบประมาณครั้งนี้ จะไม่ดุเดือดเผ็ดร้อน เพราะพรรคฝ่ายค้านจะอภิปรายตามที่แปรญัตติไว้ จะไม่ปล่อยอาวุธ "เต็มที่” เพียงท้วงติงการตั้งงบประมาณที่อาจเอื้อผลประโยชน์ให้พรรคพวกและพวกพ้อง และเปิดช่องการทุจริต แบ่งปันผลประโยชน์อย่างลงตัว เพราะในที่สุด ร่างพรบ.งบประมาณปี 56 ก็ต้องผ่านนฉลุยแน่นอน แม้พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยก็แค่งดออกเสียง ตามธรรมเนียมปฏิบัติ เนื่องจากงบประมาณแผ่นดินยังมีความจำเป็นและเป็นเครื่องมือในการบริหารงานแผ่นดิน
 
                สุดท้ายฝ่ายค้านเอง แม้จะแปรญัตติถึง 122 คน แต่การอภิปรายท้วงติงอย่างไรก็ไม่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะรัฐบาลก็คุมเสียงข้างมากอยู่แล้ว เพียงแต่ใช้เวทีนี้เป็นเวทีการซ้อมอภิปรายย่อย ก่อนที่อภิปรายจะเจอ "ของจริง” ในญัตติอภิปรายไม่วางใจรัฐบาล


-------

(หมายเหตุ : ชำแหละงบปี56'ปชป.'ยังไม่ออกอาวุธหนัก : ขยายปมร้อนโดยประภาศรี โอสถานนท์)