
ได้วินัยจราจรและคนเมืองอุ่นใจ
ได้วินัยจราจรและคนเมืองอุ่นใจ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 16 สิงหาคม ส.ค.พ.ศ.2555
กรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ออกมาตรการปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด โดยมีคำสั่งยกเลิกตั้งด่านตรวจจับ-กวดขันวินัยจราจรในเวลากลางวัน โดยให้ตั้งด่านตรวจได้ในช่วงกลางคืนหลังเวลา 21.00 น.แทน และให้เน้นในเรื่องความผิดฐานขับขี่ขณะเมาสุรา และอีก 11 ข้อหาในด้านการจราจรคือ แข่งรถในทางขับรถเร็ว แซงรถในที่คับขัน ขับรถย้อนศร ไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ จอดรถซ้อนคัน รถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รถก่อมลพิษควันดำ จอดรถในที่ห้ามจอด จอดรถบนทางเท้า และขับรถบนทางเท้า
ที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันดีว่า ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วกรุงเทพฯ บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ด่านตรวจวินัยจราจร หรือด่านตรวจจับควันดำสร้างความเดือดร้อนอึดอัดให้อย่างแสนสาหัส เพราะเป็นการซ้ำเติมสภาพการจราจรที่ติดขัดอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ให้อัมพาตง่อยเปลี้ยกันไปครึ่งค่อนเมืองด้วยผลงานโบดำของตำรวจเพียงแค่หยิบมือ เมื่อกองบัญชาการตำรวจนครบาลมีมาตรการออกมาเช่นนี้ จึงพอพูดได้ว่า ตำรวจรับฟังเสียงของประชาชนที่สะท้อนผ่านช่องทางต่างๆ ตามแต่จะอำนวยให้มาอย่างต่อเนื่อง แต่กระนั้นก็ดี เมื่อการออกมาตรการใดๆ ไปกระทบกับคนกลุ่มหนึ่งเข้า ก็ย่อมจะต้องมีผลทางลบกลับมาบ้าง
ในด้านดีนั้น การห้ามตั้งด่านวินัยจราจรในช่วงกลางวัน แล้วให้หันไปเน้นตั้งด่านตรวจในช่วงกลางคืนแทน แน่นอนว่า นอกจากจะไม่ทำให้รถติดในตอนกลางวัน ป้องปรามผู้กระทำผิดซึ่งมักเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุรายแรงอันเนื่องมาจากเมาแล้วขับ สุดท้ายยังจะช่วยป้องกันและปราบปรามคดีอาชญากรรมที่มักเกิดในช่วงกลางคืนได้มากขึ้นด้วย ซึ่งก็เท่ากับเป็นการสร้างความอุ่นใจให้แก่คนเมืองได้นอนหลับสนิทมากขึ้น
แต่ในทางกลับกัน ยังมีข้อสงสัยซึ่งออกจะมองโลกในแง่ร้ายอยู่บ้างว่า มาตรการนี้จะทำให้ตำรวจ "โหม" ตั้งด่านวินัยจราจรในช่วงกลางคืนเพื่อทดแทน "ยอด" การออกใบสั่งในช่วงกลางวัน ซึ่งหดหายไปหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ ความเดือดร้อนก็จะเกิดกับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงกลางคืน แม้ว่าจะไม่มีปัญหาจราจรติดขัดอย่างตอนกลางวัน หากแต่จะสร้างความรำคาญให้แก่คนใช้รถที่ต้องเจอกับสภาพที่ตำรวจบางนายอาจไม่ปฏิบัติงานอย่างเที่ยงตรง พยายามยัดเยียดข้อหาหยุมหยิม ขณะที่ผู้ขับขี่เองก็อาจแสดงอาการก้าวร้าวต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะติดกล้องขนาดจิ๋ว เพื่อบันทึกภาพไว้ด้วย เช่นนี้แล้ว ความบาดหมาง ไม่พอใจของสองฝ่ายก็จะไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งๆ ที่ด่านตรวจควรจะเน้นสร้างวินัยจราจรให้เกิดขึ้นในสำนึกของผู้ขับขี่ ด้วยมาตรการในเชิงปรามเช่น การออกใบเตือนอย่างที่มีดำริออกมา มากกว่าจับดะอย่างที่แล้วมา
อย่างไรก็ตาม เมื่อทุกฝ่ายเห็นว่ามาตรการที่ออกมานี้เป็นเรื่องถูกต้อง สมควรสนับสนุนแล้ว ก็ครวรจะต้องมีมาตรการอย่างอื่นออกมารองรับด้วย อย่างเช่น การจับปรับเพื่อทำยอดชดเชยจะต้องไม่มีเป็นอันขาด โดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่ประกอบสัมมาชีพในช่วงกลางคืนที่ควรจะได้รับความคุ้มครอง ให้ปลอดภัยจากโจรผู้ร้ายมาตั้งนานแล้ว อย่างเช่น แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถประจำทาง และบรรดาพ่อค้าแม่ขายต่างๆ ซึ่งเชื่อว่า ถ้าหากตำรวจมุ่งมั่นรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง มาตรการเช่นว่าก็จะสร้างความอุ่นใจให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง



