คอลัมนิสต์

งบ56เทกระจาดลงประชานิยม

งบ56เทกระจาดลงประชานิยม

15 ส.ค. 2555

งบ56รัฐบาลเทกระจาด กระจายลงโครงการประชานิยม : ขยายปมร้อนโดยขนิษฐา เทพจร

           สภาผู้แทนราษฎรนัดประชุมวาระพิเศษเพื่อพิจารณา “ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556” จำนวน 2.4 ล้านล้านบาท ในวาระที่สอง และวาระที่สาม ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคมนี้ รวมเวลาที่ใช้พิจารณาประมาณ 40 ชั่วโมง
 
             สำหรับบทสรุปการพิจารณา “ร่าง พรบ.งบประมาณปี 56” ซึ่งกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ เห็นได้ว่า งบประมาณที่ตั้งไว้ 2.4 ล้านล้านบาท กรรมาธิการมีมติปรับลด รวม 22,003 ล้านบาท แต่ทางคณะรัฐมนตรีเสนอขอจัดสรรเข้ามาใหม่เท่ากับจำนวนที่ปรับลด แบ่งเป็นให้ส่วนราชการต่างๆ ตามความเหมาะสมและจำเป็น จำนวน 21,673 ล้านบาท และหน่วยงานของรัฐสภา ศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 168 วรรคเก้า อีก 330 ล้านบาท
 
             โดยรายละเอียดของยอด 22,003 ล้านบาท ถูกเกลี่ยไปยัง 17 หน่วยงาน ได้แก่ 1.งบกลาง ภายใต้การดูแลกระทรวงการคลัง จำนวน 2,000 ล้านบาท เพื่อมอบเป็นค่าตอบแทน เงินโบนัสให้แก่ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ 2.สำนักนายกฯ จำนวน 843 ล้านบาท โดยยกให้ กอ.รมน. จำนวน 530 ล้านบาท เพื่อจ่ายให้แก่กำลังพลซึ่งปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, ทบ., ทร. และศปก.ตร.สน.
 
             3.กระทรวงกลาโหม จำนวน 445 ล้านบาท เพื่อสร้างทาง จัดหาน้ำกินน้ำใช้ให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดาร 4.กระทรวงการคลัง จำนวน 2,041 ล้านบาท โดยถูกใช้ในโครงการประชานิยม-รถยนต์คันแรก ถึง 2,000 ล้านบาท 5.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จำนวน 2,794 ล้านบาท โดยใช้ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการและการส่งเสริมการเล่นกีฬาของประชาชน
 
             6.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 340 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขุดลอกคลองและซ่อมบำรุงโครงการชลประทาน 7.กระทรวงคมนาคม จำนวน 1,653 ล้านบาท เพื่อใช้ซ่อมทางและสะพาน 8.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 602 ล้านบาท เพื่อบำรุงรักษาแหล่งน้ำ 9.กระทรวงพาณิชย์ จำนวน 7.6 ล้านบาท ใช้ป้องกันการทุจริตโครงการรับจำนำผลผลิตทางการเกษตร ปี 2555/56 10.กระทรวงมหาดไทย จำนวน 4,840 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จัดให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อพัฒนาองค์กรกรณีเร่งด่วน
 
             11.กระทรวงยุติธรรม จำนวน 82 ล้านบาท เพื่อสานต่อนโยบายปราบยาเสพติดในระดับนานาชาติ โดยทำนำร่องกับประเทศพม่า 12.กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 2,959 ล้านบาท เพื่อซ่อม-สร้างอาคารเรียน 13.ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกฯ กระทรวงหรือทบวง จำนวน 637ล้านบาท แบ่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 607 ล้านบาทเพื่อจัดซื้อเครื่องเอกซเรย์และอุปกรณ์ตรวจหาสารเสพติด และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 30ล้านบาทเพื่อปรับปรุงมัสยิดกลาง จ.สงขลา
 
             14.หน่วยงานของรัฐสภา จำนวน 300 ล้านบาท โดยงบก้อนใหญ่จัดให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 260 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นงบบุคลากร,ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนและสร้างสำนักงานรัฐสภาประจำจังหวัด 15.อัยการสูงสุด จำนวน 30 ล้านบาทเป็นงบบุคลากร
 
             16.รัฐวิสาหกิจ จำนวน 2,188 ล้านบาท แยกให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จำนวน 670 ล้านบาท เพื่อชดเชยเงินต้นและดอกเบี้ยโครงการรับจำนำผลิตผลการเกษตรปี2554/55 ให้ธนาคารออมสิน 8.5 ล้านบาท เพื่อโครงการพักชำระหนี้ลูกหนี้รายย่อย,ให้การเคหะแห่งชาติ 1,510 ล้านบาท เพื่อพัฒนาที่อยู่และช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และ 17.ให้กับกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จำนวน 237ล้านบาท เป็นค่าบริการสุขภาพผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง
 
             เห็นได้ชัดเจนว่า งบประมาณที่เกลี่ยไปให้หน่วยงานต่างๆ ส่วนใหญ่สนองตอบโครงการประชานิยมของรัฐบาล และเป็นการซื้อใจข้าราชการ โดยการเตรียมงบไว้สำหรับโบนัสและซื้อใจภาคประชาชน
 
             ส่วนงบประมาณที่ควรนำไปเพื่อพัฒนา ยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงการเพิ่มสวัสดิการ ขั้นพื้นฐานกับประชาชน ซึ่งจัดสรรในหน่วยงานต่างๆ กลับพบว่ามียอดปรับลด เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถูกปรับลด 67 ล้านบาทจากยอดที่เสนอขอ 10,516 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ถูกลดในแผนงานเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิตและสังคม, กระทรวงยุติธรรม ปรับลดประมาณ 126 ล้านบาท จากยอด 1.9 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในแผนงานป้องกัน ปราบปรามและบำบัดรักษายาเสพติด และแผนงานพัฒนากฎหมาย, กระทรวงแรงงาน ปรับลด 1,303 ล้านบาท จากยอด 3.7 หมื่นล้านบาท
 
             นอกจากนั้น งบฯ ของหน่วยงานที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับรัฐบาล พบว่าถูกหักงบประมาณด้วยเช่นกัน อาทิ หน่วยงานของศาล ถูกปรับลดรวม 10 ล้านบาท, องค์กรอิสระ ถูกปรับลดรวม 15.7 ล้านบาท ด้านงบประมาณกลุ่มจังหวัดพบว่าถูกปรับลด 79 ล้านบาท โดยเป็นงบของ จ.ฉะเชิงเทรา จ.สมุทรสงคราม จ.จันทบุรี และ จ.เชียงใหม่
 
             วาระอภิปรายงบฯ ครั้งนี้ อีกมุม ถือเป็นการเปิดช่องให้ “พรรคฝ่ายค้าน” ปล่อยหมัดแย็บใส่รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ” ก่อนจะชกจริงในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ
 
             ขณะนี้มี ส.ส.ที่เสนอคำแปรญัตติ รวม 193 คน โดยเป็น “ส.ส.ประชาธิปัตย์” จำนวนมากสุด คือ 112 คน รองลงมาเป็น ส.ส.เพื่อไทย 66 คน, ส.ส.ภูมิใจไทย 12 คน, ส.ส.รักประเทศไทย 2 คน และ ส.ส.ชาติไทยพัฒนา 1 คน
 
             ดังนั้นเพื่อป้อง “รัฐบาล-ปู” ถูกดิสเครดิต นอกจาก ที่ “เพื่อไทย” จะเตรียมขุนพลปากกล้า อภิปรายทุกมาตรา ประกบ “พรรคประชาธิปัตย์” แล้ว ยัง “จำกัด” เวลาอภิปราย เหลือเพียงคนละ 10 นาที พร้อมพูดดักทาง “ฝ่ายค้าน” อย่าอภิปรายนอกเรื่อง เพราะดีไม่ดี...อาจเจอสวน!!
 
             งานนี้แม้อาจจะไม่ดุเดือดเลือดพล่าน สะใจอย่างที่หลายๆ คนอยากเห็น แต่ก็เชื่อได้ว่าอย่างน้อยหนังตัวอย่างที่จะฉายก็ต้องมีอะไรดึงดูดให้ประชาชนรอดูในฉบับเต็มอย่างแน่นอน

.........

(หมายเหตุ : งบ56รัฐบาลเทกระจาด กระจายลงโครงการประชานิยม : ขยายปมร้อนโดยขนิษฐา เทพจร)