
เบื้องหลังส่วย
เบื้องหลังส่วย : โลกตำรวจ โดยปนัดดา ชำนาญสุข [email protected]
"ชุดเก็บตังค์" คือคำตอบของดาบตำรวจ เมื่อถูกถามว่าทำงานอยู่หน่วยไหน อาจเนื่องมาจากเป็นคนคุ้นเคยกันพอสมควรจึงไม่จำเป็นต้องปกปิด สรรหาคำพูดหรือคำอธิบายที่ดูสวยหรูแต่ไม่ใช่ความจริง
“ไม่อยากทำแต่อยากอยู่โรงพักนี้ เขาให้อยู่ตรงนี้ก็ต้องอยู่” นายดาบเล่าถึงเหตุผลความจำเป็นของงานในหน้าที่ที่ไม่น่าภาคภูมิใจเท่าใดนัก รวมถึงไม่สามารถที่จะพูดจาโอ้อวดให้ลูกหลานได้รับรู้ว่าโดยแท้จริงแล้วนั้นพ่อมีหน้าที่อะไร คงไม่มีตำรวจคนไหนภาคภูมิใจหรือต้องการให้ลูกหลานรับรู้ว่าตนทำหน้าที่เก็บเงินจากสถานบันเทิงหรือสถานบริการผิดกฎหมายเพื่อนำส่งให้แก่นาย
ความอึดอัดใจมิได้มีเพียงแค่การเก็บเงินส่งนายเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการที่ต้องถูกนายทดสอบความไว้วางใจ และถูกตรวจสอบอย่างเคร่งครัดในลักษณะที่พร้อมจะยื่นข้อกล่าวหา "อม” เงินที่นายควรจะได้อีกด้วย
"นายเขาประสบการณ์เยอะ มาถึงเขาประกาศก่อนเลยว่าเขาไม่รับ ทุกที่ต้องทำตามกฎหมาย แบบว่าเข้มมาเลย" เมื่อเครื่องเริ่มติด วาระการนินทานายเริ่มต้นขึ้นด้วยความอึดอัดที่ถูกเก็บไว้นานเป็นทุนเดิม “เขาเรียกว่า ตีเมืองขึ้นไง”
“พอประกาศอย่างนั้นไปสักพักผู้ประกอบการเขาก็เต้นผาง เขาอยู่ไม่ได้ ก็ต้องเข้ามาสวามิภักดิ์ ทีนี้เจ้าเมืองก็จะตั้งราคาว่าต้องการเท่าไหร่ และรู้ชัดเจนว่ามีลูกไก่อยู่กี่ตัว” จากคำเปรียบเทียบเรื่องตีเมือง กลายเป็นสุภาษิตลูกไก่ในกำมือ
“วิธีนี้เขาใช้ป้องกันลูกน้องอมด้วย บอกรายชื่อผู้ประกอบการไม่ครบ แต่ถ้าใช้วิธีนี้จะได้หลายเด้ง ขึ้นบัญชีรายชื่อได้ เห็นหน้าเห็นตา รู้ว่าควรตั้งราคาใครเท่าไหร่”
"เขาบริหารจัดการดี แบ่งเป็นชุดๆ เลย อย่างเช่นสถานบันเทิงก็ชุดหนึ่ง การพนันก็ชุดหนึ่ง สแกนทุกพื้นที่” สิ่งที่มิชอบ ไม่ควรทำ กลับกลายเป็นการได้รับคำชมเชยว่าเป็นการบริหารจัดการที่ดี เนื่องมาจากความคุ้นชินจนกลายเป็นความปกติธรรมดาที่ใครๆ ก็ทำกัน
“เขาดีกว่าผู้กำกับคนก่อน กระจายรายได้เท่าเทียมทั่วถึง แถมซ้ำเอามาปรับปรุงโรงพัก ซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ให้ทำงาน หน่วยเหนือเขาไม่มีงบให้เรา ก็ใช้เงินพวกนี้แหละทำงาน ตอนเที่ยงก็มีข้าวให้กินกัน ผู้กำกับเขาอยากให้ทุกคนได้พูดคุยเจอกันตอนกินข้าวกลางวันจะได้ทำงานเป็นทีม ถ้าไม่มีเงินพวกนี้เราก็ทำงานไม่ได้ ไม่มีอะไรเลยนะ หน่วยเหนือไม่มีงบประมาณมาให้เราทำงาน” เหตุผลไม่แตกต่างจากการพูดคุยเรื่องวิธีการหาเงินเพื่อนำมาปรับปรุงโรงพักจนเกินพอดีราวกับว่าเป็นโรงแรมมากกว่าเป็นโรงพัก ด้วยเหตุจูงใจในผลลัพธ์ที่ได้เมื่อโรงพักกลายเป็นโรงพักเพื่อประชาชน(ระดับ 5 ดาว) ไม่มีใครตอบคำถามได้อย่างชัดเจนว่าภายหลังจากผู้กำกับได้รับรางวัลแล้วการให้บริการราวกับว่าเข้าไปอยู่ในโรงแรมหรือบางแห่งคล้ายกับไปรับบริการที่ธนาคารจะยังคงดำรงอยู่หรือว่าจะเลือนหายไปเพราะความฉาบฉวย
"เงิน" เป็นสิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็นสำหรับการบริหารงานยุติธรรม การจัดสรรงบประมาณที่พอเหมาะ พอดีและเหมาะสมเพื่อให้การทำงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น บรรดานายๆ จะต้องมีความฉลาดพอที่จะไม่ผลักไสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองตกอยู่ภายใต้กับดักของวงจรอาชญากรรมในบริบทของวัฒนธรรมอุปถัมภ์ หากปล่อยให้ตำรวจที่ปฏิบัติงานในระดับสถานีตำรวจต้องวิ่งหาเงินเพื่อเอามาทำงาน(หรือเพื่อประโยชน์ส่วนตนก็ตาม)เช่นนี้ นอกเหนือจากจะสร้างความเสื่อมศรัทธาที่ประชาชนมีต่อตำรวจแล้วนั้น ยังเป็นการทำลายเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีในความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ลงอีกด้วย
อย่าลืมว่า บ่อนการพนัน และสถานบันเทิงที่พร้อมจะส่งส่วยให้แก่เจ้าเมืองนั้นมักละเมิดกฎหมาย และการละเมิดกฎหมายนั้นมีผลกระทบต่อการเพิ่มความอุกอาจในการก่ออาชญากรรมอื่นๆ ด้วย โรงพักไม่เหมือนโรงพยาบาลที่สามารถขอรับบริจาคจากคนดีๆ ที่มีจิตกุศลได้ เพื่อมิให้วัฒนธรรมองค์กรเลวร้ายมากไปกว่านี้ โปรดให้ความสำคัญเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณแก่สถานีตำรวจต่างๆ ด้วยก่อนที่จะกำกับ ประเมินผล ติดตามการทำงานของโรงพักอย่างเข้มแข็ง อย่างนี้จึงจะเรียกว่านักบริหารงานตำรวจมืออาชีพ !



