
อย่าได้แต่ขอบคุณนักกีฬา
อย่าได้แต่ขอบคุณนักกีฬา : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 14 ส.ค.2555
ปิดฉากลงไปแล้วสำหรับมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของผู้ที่คว้าชัยชนะ และความผิดหวังของผู้ที่ปราชัย แต่เหนือไปกว่านั้น ทุกชาติที่ได้เข้าร่วมมหกรรมกีฬาครั้งยิ่งใหญ่นี้ ต่างก็ชื่นชมยินดี และมีความหวังว่า ในอีก 4 ปีข้างหน้าที่โอลิมปิกจะมีขึ้นอีกครั้งนั้น จะมุ่งมั่นคว้าชัย เอาเหรียญทองกลับบ้านเกิดของตนให้ได้
สำหรับประเทศไทยแล้ว ถึงแม้จะมีโอกาสลุ้นเหรียญรางวัลไม่มากนัก แต่ห้วงเวลาที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกนั้น ได้สร้างรอยยิ้มเปี่ยมสุขให้แก่คนไทยได้ไม่น้อย แม้ว่าจะผิดหวังในหลายชนิดกีฬาที่นักกีฬาไทยไม่น่าจะพ่ายแพ้ให้แก่คู่ต่อสู้ หรือสายตาคนไทยมองค้านกับสายตากรรมการ โดยเฉพาะมวยสากลสมัครเล่น และเทควันโด ที่นักกีฬาไทยน่าจะได้รับรางวัลที่ดีกว่านี้
หลังการแข่งขันกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ดร.ชิง กัวะ วู ประธานสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ (ไอบา) กลายเป็นคนในแวดวงกีฬาโลกที่คนไทยเริ่มรู้จักมักคุ้น และมีการกล่าวถึงกันมากที่สุดในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก แน่นอนว่า แทบไม่มีใครชื่นชอบในตัวเขาผู้นี้ เพราะเชื่อว่า ผลการตัดสินของกรรมการกีฬามวยสมัครเล่น ในฐานะประธานสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ น่าจะควบคุมดูแลให้เป็นไปมาตรฐาน เมื่อตัดสินออกมาแล้วไม่ค้านต่อสายตาทั้งคนไทยและผู้ที่ชมการถ่ายทอดสดทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาการตัดสินของกรรมการในแต่ละชนิดกีฬานั้น ความผิดพลาด หรือการมองต่างจากผู้ชมทั่วไปนั้น เกิดขึ้นจนถือเป็นเรื่องปกติ บางครั้งคนดูก็อาจจะมองไม่ชัด เพราะอยู่ภายนอก และเช่นกัน กรรมการเองก็อาจอยู่ในมุมที่มองไม่เห็น จึงมีความพยายามที่จะใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการตัดสิน ไม่ว่าจะเป็นเทปบันทึกการแข่งขัน หรือกล้องจับภาพในขณะที่นักกรีฑาวิ่งเข้าเส้นชัย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ปัญหาที่เป็นข้อขัดแย้งเหล่านั้นหมดไปเลยเสียทีเดียว
สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ลดปัญหาเช่นที่เกิดขึ้นกับนักกีฬาไทย ทั้งมวยสากลสมัครเล่นและเทควันโด ก็คือ การเตรียมความพร้อมของทัพนักกีฬาไทยก่อนที่เริ่มแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือประสบการณ์ ในทุกวันนี้เทียบกับชาติอื่นแล้วนักกีฬาไทยได้รับการดูแลน้อยมาก รัฐบาลที่ผ่านๆ มายังไม่มีรัฐบาลชุดใดที่จะให้ความสนใจอย่างจริงจัง จัดงบประมาณให้อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างนักกีฬาให้แข็งแกร่ง ไม่ใช่อย่างทุกวันนี้ ที่มีแต่ใจ กว่าจะได้กินดีอยู่ดีก็ต่อเมื่อถึงวันแข่งขัน ในขณะที่ชาติอื่นเขาใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งกันนานแล้ว
ทุกรัฐบาลต่างก็รู้แล้วเข้าใจตรงกันว่า กีฬาก็คือกิจกรรมที่สร้างความสุขความสามัคคีให้แก่ผู้คนในประเทศ แม้กระทั่งในยามที่นักกีฬาที่ร่วมกันเชียร์พ่ายแพ้ให้แก่คู่ต่อสู้ น้ำตาของคนในชาติก็ยังไหลออกมาได้พร้อมกัน แต่การลงทุนเพื่อความสุขความสามัคคีของคนในชาติที่แต่ละรัฐบาลเจียดจากงบประมาณก้อนโตมาให้กลับมีเพียงน้อยนิด ต่อเมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันนำความภาคภูมิใจกลับมาให้คนไทยทั้งชาติ สิ่งที่ได้รับก็คือ คำขอบคุณ แต่คำมั่นสัญญาที่จะช่วยพัฒนานักกีฬาไทยไม่เคยมี
......................
(หมายเหตุ : อย่าได้แต่ขอบคุณนักกีฬา : บทบรรณาธิการ คม ชัด ลึก)



