
นายทุนรุกป่าท้าทายอำนาจรัฐ
นายทุนรุกป่า ท้าทายอำนาจรัฐ : บทบรรณาธิการ คม ชัด ลึก
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการทุจริตออกเอกสารสิทธิที่ดินใน จ.ภูเก็ต ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ 2 แห่ง คือ ป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขานาคเกิด และป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา ในเขต อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พบมีการบุกรุกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเทือกเขากมลาที่ดินมากกว่า 300 ไร่ถูกบุกรุก หนึ่งในสามของพื้นที่ที่ถูกบุกรุกหรือกว่า 100 ไร่ ได้ถูกนำไปออกเป็นโฉนดให้นายทุน ที่เหลืออีกประมาณ 200 ไร่ กำลังอยู่ระหว่างการรังวัดที่ดินเพื่อออกโฉนดให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลตามมาอีก
ฟังดูแล้วน่าตกใจที่กลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านี้เข้าครอบครองแบบท้าทายอำนาจรัฐเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสภาพความเป็นจริงทั้งเทือกเขานาคเกิด และเทือกเขากมลา ยังคงมีสภาพป่าเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ และเป็นที่ลาดชันเกิน 80 องศา แต่นายทุนได้เข้าไปบุกรุกปลูกยางพาราแสดงสิทธิของการครอบครอง ก่อนที่จะนำหลักฐานไปขอออกเอกสารสิทธิและรังวัดที่ดิน เนื่องจากตามกฎหมายพื้นที่ป่าสมบูรณ์ไม่สามารถนำไปขอเอกสารสิทธิได้ จึงต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมในการยื่นขอเอกสารสิทธิว่าได้มีการใช้ประโยชน์เต็มทั้งแปลง ไม่ว่าจะเป็นปลูกยางพารา ทุเรียน ขนุน และ สะตอ เพื่อให้เข้าองค์ประกอบในการขอออกโฉนดโดยเป็นการรายงานเท็จ ไม่มีการทำประโยชน์จริง
เป็นการแบ่งปันผลประโยชน์ที่ค่อนข้างลงตัวระหว่างเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มนายทุนที่เข้าไปตัดไม้ทำลายป่า หรือแผ้วถางป่า เพราะที่ดินบนเกาะภูเก็ตซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมีชื่อเสียงดังไปทั่วโลกนั้น ที่ดินติดชายทะเลมีการซื้อขายกันแพงหูฉี่ ไร่ละประมาณ 30-40 ล้านบาท หากมีการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นที่ดินย่านเศรษฐกิจ ราคาขายจะปรับขึ้นอีกหลายเท่าตัวสูงถึงไร่ละ 100-200 ล้านบาทก็มี จากนั้นนายทุนจะเข้ามาถางป่าซอยย่อยเป็นแปลงขายให้ชาวต่างชาติสร้างบ้านพักตากอากาศหลังละ 80 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งจะทำให้ที่ดินมีมูลค่าหลายพันล้านบาท จึงเสมือนเป็นสิ่งล่อใจให้หลายๆ คนคิดทำผิด
ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าในเมืองไทยเกิดขึ้นมากมาย ทั้งการลักลอบตัดไม้เพื่อนำไปขาย บุกรุกพื้นที่เพื่อทำธุรกิจ ใช้พื้นที่เพื่อการเกษตร เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน และมีแนวโน้มที่พื้นที่ป่าจะลดลงไปเรื่อยๆ ก่อให้เกิดผลกระทบตามมามากมาย เช่น น้ำท่วมฉับพลัน โคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก หรือกระทั่งภาวะโลกร้อนที่เป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบันนี้ ต้องไม่ลืมว่าป่าไม้เป็นแหล่งกำเนิดปัจจัยสี่ ทั้งอาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์ อีกทั้งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ประโยชน์อีกมากมายทั้งทางตรงและทางอ้อม
รัฐบาลมีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องเร่งด่วนสำคัญ ที่ทุกหน่วยงานต้องเร่งบูรณาการเพื่อป้องกันรักษาป่าและฟื้นฟูสภาพป่า ปราบปรามขบวนการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ทั้งผู้กระทำผิด กลุ่มนายทุน และผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง หน่วยงานภาครัฐจึงต้องสร้างเครือข่ายให้ประชาชน ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ การทำลายป่าถือว่าเป็นการทำลายส่วนรวม เพราะสิ่งเหล่านี้คือทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติ ใช้สอยประโยชน์ต่างๆ ร่วมกัน ดังนั้น ผู้ใดทำลายป่า ผู้นั้นกำลังทำลายชาติ
.....................
(หมายเหตุ : นายทุนรุกป่า ท้าทายอำนาจรัฐ : บทบรรณาธิการ คม ชัด ลึก)



