คอลัมนิสต์

'เอยู23-ดีเอ42'บินเหนือเมฆ

'เอยู23-ดีเอ42'บินเหนือเมฆ

13 ส.ค. 2555

ตะลุยกองทัพ : 'เอยู23-ดีเอ42' บินเหนือเมฆ จับตา-แจ้งเตือนหน่วยภาคพื้น! โดย ทีมข่าวความมั่นคง

          สถานการณ์ "ไฟใต้" ที่ร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง ส่งผลให้หน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยในสาม จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องปรับยุทธวิธีเพื่อป้องปราม และสกัดกั้นการก่อเหตุของกลุ่มโจร โดย พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้สั่งการให้นำเครื่องบินเอยู 23 (AU 23) และเครื่องบินดีเอ 42 (DA 42) บินลาดตระเวนร่วมภารกิจในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4

          พล.อ.อ.อิทธพร ระบุว่า กองทัพอากาศได้จัดตั้งกองกำลังทางอากาศเฉพาะกิจที่ 9 เพื่อสนับสนุนภารกิจการบินในพื้นที่ภาคใต้หลายภารกิจ เช่น เครื่องบินซี 130 ใช้ในการขนย้ายกองกำลังต่างๆ สำหรับเครื่องบินเอยู 23 ประจำการอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และใช้ในภารกิจลาดตระเวนในพื้นที่อยู่แล้ว

          นอกจากนี้ กองทัพอากาศจะส่งเครื่องบินดีเอ 42 ไปปฏิบัติภารกิจ "ลาดตระเวนตรวจการณ์" เพิ่มเติม เนื่องจากมีการติดตั้งอุปกรณ์ลาดตระเวน เช่น กล้องถ่ายภาพที่สามารถส่งภาพต่างๆ ให้แก่หน่วยภาคพื้นดินที่ร้องขอมาได้ รวมถึงปฏิบัติภารกิจได้ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนในเส้นทางต่างๆ ทั้งพื้นที่ป่าเขา และพื้นที่หมู่บ้าน เพื่อสนับสนุนภารกิจให้ได้มากที่สุด

          พล.อ.ต.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวเสริมว่า กองทัพอากาศได้สนับสนุนภารกิจในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยส่งกองกำลังทางอากาศเฉพาะกิจที่ 9 ไปประจำการในพื้นที่ จ.ปัตตานี เมื่อปี 2548

          ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย คือการดูแลสนามบินบ่อทอง อ.บ่อทอง จ.ปัตตานี เพื่อให้ดำรงขีดความสามารถในการลำเลียงทางอากาศได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งภารกิจลำเลียงทางอากาศสนับสนุนหน่วยกำลังภาคพื้นในการขนกำลังพล หรือการส่งกำลังบำรุง

          นอกจากนี้ ยังมีภารกิจเสริมคือ ภารกิจการบินลาดตระเวนทางอากาศในการสนับสนุนกำลังภาคพื้น โดยจัดเครื่องบินลาดตระเวนเอยู 23 ซึ่งสามารถติดกล้องถ่ายภาพทางอากาศโดยจัดกำลังจากกองบิน 5 จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ปัจจุบันบรรจุประการอยู่ 1 ฝูงบิน

          ทั้งนี้ เครื่องบินลาดตระเวนเอยู 23 เป็นเครื่องบินอเนกประสงค์ ที่สามารถใช้เป็นเครื่องบินทำฝนหลวง, เครื่องบินกระจายเสียง หรือเมื่อติดกล้องก็สามารถถ่ายภาพทางอากาศได้ เช่นที่ผ่านมาเอยู 23 ก็ปฏิบัติภารกิจบินสำรวจพื้นที่ในช่วงน้ำท่วมเมื่อปี 2554 และสามารถใช้บินกระจายเสียงแจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ เพื่อแจ้งข่าวสารให้แก่ประชาชนได้รับทราบได้ทันท่วงที

          กองทัพอากาศยังได้จัด "หน่วยกำลังภาคพื้น" เพื่อสนับสนุนภารกิจบางส่วน เช่น การดูแลบริเวณพื้นที่สนามบินบ่อทอง เพราะกำลังพลของกองทัพอากาศมีน้อย จึงทำได้เพียงการลาดตระเวนรอบๆ

          พล.อ.ต.มณฑล ระบุว่า นอกจากเครื่องบินลาดตระเวนเอยู 23 แล้ว กองทัพอากาศยังได้จัดเครื่องบินลาดตระเวนดีเอ 42 หรือ "ไดมอนด์" ซึ่งประจำการอยู่ที่กองบิน 4 จ.นครสวรรค์ เพื่อสนับสนุนภารกิจ "ถ่ายภาพทางอากาศ" ซึ่งขีดความสามารถของไดมอนด์ สามารถติดกล้องถ่ายภาพทางอากาศที่ทันสมัย สามารถถ่ายภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

          “เครื่องไดมอนด์สามารถส่งภาพเรียลไทม์ให้แก่หน่วยภาคพื้นได้ทันที เพื่อใช้ประโยชน์ในการลาดตระเวน โดยเครื่องบินลาดตระเวนจะถ่ายภาพทั้งหมดทั่วบริเวณที่หน่วยภาคพื้นต้องการ และทุกหน่วยจะสามารถเห็นภาพได้พร้อมกัน หากพบสิ่งผิดปกติตรงไหนก็จะสามารถแจ้งเตือนได้ทันที” โฆษก ทอ.สรุปถึงรูปแบบการปฏิบัติงาน

          พล.อ.ต.มณฑล กล่าวว่า ในภารกิจลาดตระเวณ จะมีเครื่องบินเอยู 23 จำนวน 1 ลำ ในการปฏิบัติภารกิจร่วมกับเครื่องบินไดมอนด์อีก 2 ลำ ซึ่งจะปฏิบัติภารกิจในเร็วๆ นี้ โดยได้ประสานการทำงานกับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งถือเป็นหน่วยควบคุมการปฏิบัติการทั้งหมด ส่วนกองทัพอากาศเป็นเพียง "หน่วยสนับสนุน" ตามแผนการปฏิบัติของ กอ.รมน.ภาค 4

          โฆษกกองทัพอากาศกล่าวย้ำว่า ในการปฏิบัติภารกิจแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกหน่วยงานจะต้องร่วมมือซึ่งกันและกันอย่างใกล้ชิด การที่กองทัพอากาศสนับสนุนเครื่องบินลาดตระเวนก็หวังที่จะช่วยเสริมการปฏิบัติการของหน่วยภาคพื้นที่เป็นหน่วยหลักให้สามารถทำงานได้อย่างมีความปลอดภัย และได้ข้อมูลที่ใกล้เคียงกับเวลาจริงในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด

          ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติติดต่อประสานงานกับหน่วยในพื้นที่และสนับสนุนภารกิจอย่างเต็มที่ตามที่มีการร้องขอ และพร้อมสนับสนุนภารกิจทุกอย่างตามขีดความสามารถที่มีอยู่ทั้งอากาศยาน กำลังพล และเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้หน่วยปฏิบัติการภาคพื้นสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างปลอดภัย และเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด

 

.....................

(หมายเหตุ : ตะลุยกองทัพ : 'เอยู23-ดีเอ42' บินเหนือเมฆ จับตา-แจ้งเตือนหน่วยภาคพื้น! โดย ทีมข่าวความมั่นคง)