คอลัมนิสต์

สกัดคอรัปชั่นอย่างยั่งยืน

สกัดคอรัปชั่นอย่างยั่งยืน

08 ส.ค. 2555

สกัดคอรัปชั่นอย่างยั่งยืน : บทบรรณาธิการประจำวันที่8ส.ค.2555

               นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ได้บรรยายพิเศษเรื่อง “เทคนิคการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และกฎหมาย ปปช.ฉบับใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยาน” เนื้อหาส่วนใหญ่พูดถึงการสกัดกั้นการทุจริตคอรัปชั่นโดยเน้นที่กลุ่มข้าราชการรวมถึงการปกป้องพยานที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาหรือข้าราชการชั้นผู้น้อย นี่อาจเป็นสัญญาณที่ดีต่อการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจังและยั่งยืน ตัวบทกฎหมายที่ร่างขึ้นมาใหม่ของ ป.ป.ช.จะสามารถสกัดกั้นบรรดาข้าราชการประจำและนักการเมืองได้หรือไม่นั้น คงต้องพิสูจน์หลังจากกฎหมายมีผล ที่สำคัญการตรวจสอบการทุจริตควรทำอย่างจริงใจจากผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ หมายรวมถึงผู้นำประเทศซึ่งต้องถือธงนำเพราะที่ผ่านมานักการเมืองและข้าราชการระดับสูงถูกจับตามากที่สุด

               ที่ผ่านมาปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นมักเริ่มจากการใช้อำนาจหน้าที่ของบรรดาข้าราชการประจำและฝ่ายการเมืองผ่านงบประมาณแผ่นดิน ขั้นตอนเบิกจ่ายหรือการใช้งบประมาณลักษณะต่างๆ จึงมีข้าราชการระดับปฏิบัติหรือผู้ใต้บังคับบัญชาเกี่ยวข้องรู้เห็นกันบ้าง ถูกบังคับบ้าง มีบางส่วนที่ยึดมั่นต่อหน้าที่ด้วยความสุจริต กลุ่มเหล่านี้มีบางส่วนที่แอบส่งข้อมูลหลักฐานหรือแจ้งความไม่ชอบมาพากลผ่านถึงผู้บริหารระดับสูงแม้กระทั่งสื่อมวลชน ดังนั้นข้าราชการที่เป็นพยานก็อาจถูกกลั่นแกล้งโยกย้ายใส่ความอย่างไม่เป็นธรรมจึงต้องได้รับการดูแลคุ้มครองเป็นพิเศษ ปปช.ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการปราบปรามทุจริตในวงราชการจึงต้องหามาตรการปกป้องดูแลพยานเพื่อเป็นกลไกหนึ่งของการปราบคอรัปชั่น

               เพื่อการป้องปราม ปปช.ได้เตรียมจัดตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับจังหวัดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับส่วนกลางเพราะที่ผ่านมาการทุจริตคอรัปชั่นมีการพัฒนาจากกลุ่มผู้มีอำนาจทางการเมืองระดับประเทศผ่านข้าราชการระดับสูงกลายเป็นเครือข่ายใหญ่ลงไปสู่ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงจำเป็นต้องออกกฎหมายเพื่อให้ครอบคลุมในการตรวจสอบทุกระดับชั้น มีข้อมูลน่าสนใจจากกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า สภาพการทุจริตคอรัปชั่นขณะนี้ โดยเฉพาะงบประมาณท้องถิ่น ซึ่งมีทั่วประเทศกว่า 7,000 แห่ง พบว่ามีการคอรัปชั่นเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างและการฮั้วประมูลมากมาย มีเทคนิควิธีการต่างๆ ที่นำมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมาย เหล่านี้จึงต้องมีมาตรการสกัดกั้นอย่างชัดเจน

               ดังนั้นมาตรการเชิงรุกของปปช.ที่เริ่มดำเนินการผ่านกฎหมายฉบับใหม่หรือแม้แต่การจัดรูปแบบองค์กรเพื่อให้มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ รัฐบาลต้องให้การสนับสนุนในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมไม่ปกป้องผู้กระทำความผิดแม้เป็นคนในรัฐบาลเอง เพื่อให้การใช้งบประมาณของกระทรวง กรม กองต่างๆ เกิดความโปร่งใส อย่าลืมว่าอีก 3 ปี ข้างหน้าเมื่อประชาคมอาเซียนมีผล การทุจริตคอรัปชั่นอาจขยายเป็นวงกว้าง หากประเทศไทยไม่สามารถสกัดกั้นปัญหาได้ จะกลายเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน การพัฒนาร่วมกันในด้านต่างๆ ของนานาชาติบนภูมิภาคนี้