
ศึกชิงธง
ศึกชิงธง : กระดานความคิด โดยอัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง [email protected]
นโยบายและยุทธวิธีการแสวงหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายๆ ฝ่ายได้มีความพยายามอย่างเอาจริงเอาจังเพราะความยาวนานของสถานการณ์มันทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและเบื่อหน่ายกับทุกฝ่าย ถึงแม้หลายคนจะพูดเสียงอันเข้มแข็งว่า “เรามีกองกำลังมากมาย สามารถเรียกกำลังพลเพิ่มภายในไม่กี่เพลาหากมีความจำเป็น มียุทโธปกรณ์พร้อม มีงบประมาณสนับสนุนและกำลังใจของความรักชาติ รักแผ่นดินที่จะปกป้องภัยอันตรายและอริราชศัตรูของประเทศอย่างเต็มที่” นี่คือคำพูดโดยรวมของผู้รับผิดชอบในฐานะเป็นผู้มีอำนาจในการรักษาความมั่นคงของประเทศ
ในส่วนฝ่ายตรงกันข้ามที่กำลังห้ำหั่นกับรัฐโดยใช้กำลังอาวุธเป็นหลักเขาอาจจะพูดไปในทำนองคล้ายๆ กัน “ถึงแม้เขาจะมีกองกำลังไม่มาก ไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีอำนาจในการทำลายล้างสูง แต่เหตุการณ์เล็กๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่มีอานุภาพในการทำลายความรู้สึกหวาดผวาและขยาดหวาดกลัวได้ไม่น้อยเช่นกัน และที่สำคัญเขามีฐานมวลชนที่ถูกรัฐเอาเปรียบ รัฐหยิบยื่นความเลวร้ายต่างๆ อาทิ ถูกจับ ถูกอุ้ม ถูกฆ่าถูกกระทำชำเรา ถูกข่มขืนและบังคับจิตใจ ถูกกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย อย่างไม่เป็นธรรมและอีกสารพัดความเป็นเหยื่อเลวร้าวจากการที่ไร้ความปรานี ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นกบฏแบ่งแยกดินแดน...และที่สำคัญคือมวลชนเหล่านั้นขาดความเชื่อมั่นและไร้ความไว้เนื้อเชื่อใจในแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐ มวลชนที่เขาทั้งหลายมีความมั่นคงในความเป็นคนท้องที่ มีความผูกพันกับแผ่นดินที่เป็นมาตุภูมิและพี่น้องบรรพชนของตนเอง เขาต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีงามที่เขาคิดว่ารัฐให้ได้แต่ไม่ดีเท่าที่ควร เขาสามารถขยายผลความเลวร้ายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของรัฐและกลไกของรัฐได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เหล่านี้ทำให้เขาสามารถยืนหยัดต่อสู้อย่างยาวนานและยืดเยื้อได้”
การโต้ตอบของทั้งสองฝ่ายอยู่ในฐานะที่ต้องปฏิบัติการทางจิตวิทยาในการรักษาขวัญและกำลังใจกองกำลังในซีกของตนเป็นหลัก ทั้งๆ ในความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่เสมอไปก็เป็นได้ เพราะมีการพูดคุยและงานการศึกษามากมายที่เกี่ยวข้องกับการทำสงครามที่ยาวนานและยืดเยื้อเช่นนี้ มีไม่น้อยที่กองกำลังในแต่ละฝ่ายจะเหนื่อยล้า เบื่อหน่าย เกิดอาการเครียดประสาทหลอนและประสบปัญหาทางจิตใจมากมาย ยิ่งมีกำลังพลที่มาจากแดนไกลบ้านไกลครอบครัวอันสุดที่รักด้วย เขาเหล่านั้นมาปฏิบัติหน้าที่ด้วยข้อบังคับในอาชีพเป็นหลัก สิ่งเหล่านี้ผู้นำแต่ละฝ่ายไม่สามารถจะยอมรับในที่สาธารณะได้เป็นอันขาด เพราะจะทำให้กำลังพลเสียขวัญในที่สุด จึงได้ปลุกเร้าความสำนึกและปั้นน้ำให้เป็นตัวว่า “ชัยชนะของเราอยู่แค่เอื้อมขอให้มีกำลังใจฮึดสู้ต่อไป...อีกนิด..?”
ระยะเวลาการเดินทางเพื่อแสวงหาจุดจบของแต่ละฝ่ายจะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเมื่อใดการสงครามจะเสร็จสิ้น มันจะยืดเยื้ออีกนานเพียงใด ที่สุดแล้วใครจะเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะ ...? แต่เหยื่อแห่งความตายที่เกิดจากความขัดแย้งได้เกิดขึ้นกับทุกฝ่ายอย่างไม่หยุดนิ่งและสำคัญที่สุดคือประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นหลัก หาได้เป็นนักรบของแต่ละฝ่ายมากนัก
ครั้นจะมองฝ่ายที่กำลังพยายามหาแนวทางสันติวิธีในการพูดคุยกับกลุ่มที่ใช้อาวุธก็ยังอยู่ในสภาวะหวานอมขมกลืนอยู่ กล่าวคือการให้ความหมายความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องของโจรกระจอก ขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่มีแต่ปากแต่ขาดอาวุธ เป็นเรื่องของการก่อการร้าย ซึ่งเป็นการกระทำของกลุ่มเล็กๆ ฝ่ายความมั่นคงบางคนกล่าวถึงขนาดว่า... “มันมีกองกำลังเพียงนิดเดียวใช้กำลังปราบปรามอย่างจริงจังไม่กี่วันเขาจะแพ้ราบคาบ...?” จึงทำให้เห็นได้ว่าการแสวงหาแนวทางเพื่อพูดคุยเรื่องสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายที่ใช้กำลังอาวุธ เป็นไปอย่างไม่มีระบบและขาดกระบวนการไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน ที่สำคัญดูเหมือนว่ารัฐทุกยุคสมัยจะมีแนวคิดเดียวคือ...“อยากจะให้เรื่องนี้ (พูดคุยหรือสันติเสวนา) เป็นตนหรือคนกลุ่มเดียวเท่านั้น”
ศึกชิงธงน่าจะเป็นธงที่มีหลายผืนทุกฝ่ายได้เป็นเจ้าของ ทุกฝ่ายเป็นผู้ชนะและโบกธงชัยไปมาอันหลากหลายในสังคมด้วยความสุข ไม่ใช่นำธงมาคลุมร่างอันปราศจากวิญญาณทุกวี่วันอย่างที่เป็นอยู่และยกเขาเป็นวีรบุรุษและวีรสตรี แต่เขาไม่สามารถฟื้นชีวิตขึ้นมาชื่นชมและภูมิใจผลงานของเขาได้อีกเลย...



