คอลัมนิสต์

พักยกมรสุมการเมือง

พักยกมรสุมการเมือง

02 ส.ค. 2555

พักยกมรสุมการเมือง : ขยายปมร้อน โดยศรายุทธ สายคำมี @sarayut_kcl

             คณะทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลชื่อยาวเหยียดว่า คณะทำงานระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อศึกษาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีจำนวน 11 คน ดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้
 
               ทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลเอง รวมทั้งกลุ่มมวลชนที่ตั้งท่าว่าจะลุยแหลกกันทั้งสองฝ่าย
 
               ระยะเวลา 3-4 เดือนที่กำหนดในการศึกษาว่าจะโหวตวาระ 3 หรือจะแก้เป็นรายมาตรา ก็พอเหมาะกันการสิ้นสุดสมัยประชุมสภาสมัยนี้ ที่ไม่รู้ว่าฝ่ายค้านจะเลือกจังหวะไหนเติมเชื้อให้รัฐบาลซวนทรุด
 
               ดูรายชื่อคณะกรรมการชุดนี้แล้วไม่ว่าจะเป็นจำนวน หรือความเก๋าแล้ว พรรคเพื่อไทยกินรวบได้ไม่ยาก
 
               ไม่ว่าจะเป็น โภคิน พลกุล, วราเทพ รัตนากร, พงศ์เทพ เทพกาญจนา, ภูมิธรรม เวชยชัย, อุดมเดช รัตนเสถียร, พีรพันธุ์ พาลุสุข, และสามารถ แก้วมีชัย
 
               ขณะที่พรรคร่วมประกอบด้วยจากพรรคชาติไทยพัฒนา ภราดร ปริศนานันทกุล ลูกชาย สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่เพิ่งโดนสั่งแบน 5 ปี ก็ยังอยู่ในช่วงสั่งสมบารมี ไม่ต่างจากชยุต ภุมมะกาญจนะ จากพรรคชาติพัฒนา มี 1 คนคือ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล และพรรคพลังชลอีก 1 สันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์
 
               แต่ถึงแม้จะเห็นว่ากำหนดเวลาการศึกษาเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญนานร่วม 4 เดือน ก็ไม่วายที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะออกมากระตุ้นความรู้สึกของผู้คนที่ยังสนใจความเป็นไปของการเมืองว่า พลพรรครัฐบาล โดยเฉพาะเพื่อไทย ยังคาร่างกฎหมายปรองดอง และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเอาไว้ ซึ่งก็หมายความว่าจะนำมาพิจารณาเมื่อใดก็ได้ เพราะเพียงแค่มีคนยื่นญัตติเข้าไป และก็มีผู้รับรองเพียงแค่ 20 คน
 
               ก็จริงอยู่การถอนเรื่องออกไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เสียหน้า
 
               แต่การคาเรื่องเอาไว้ในสภา มันทำให้แต้มต่อที่เหลืออยู่น้อยนิดนั้น อย่างน้อยก็ยังทำให้ "อีกฝ่าย" รู้ว่าหากรุกจนหมดทางถอยก็พร้อมจะสู้อย่าง "จนตรอก" แต่ "ชอบธรรม" เพราะทำตามกระบวนการที่กติกากำหนดในรัฐสภา
 
               เพียงแต่ว่าในจังหวะนี้ "กระแส" ของทั้งรัฐบาล ทั้งนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับผลกระทบเต็มๆ ทั้งจากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงการชำแหละและชี้ให้เห็นว่า ที่สุดแล้วร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง จะนำไปสู่ความแตกแยกและความรุนแรง
 
               ถึงแม้ในวันนี้จะเริ่มเห็นทิศทางลมแล้วว่า ความแรงจะไม่เริ่มในทิศทางเดิม แต่ทุกคนต่างก็รู้ว่าหน้ามรสุมมันมีทุกปี แล้วก็รู้ด้วยว่ามรสุมการเมืองนั้นไม่ได้มาตามธรรมชาติ

.........

(หมายเหตุ : พักยกมรสุมการเมือง : ขยายปมร้อน โดยศรายุทธ สายคำมี @sarayut_kcl)