คอลัมนิสต์

ถึงเวลาผ่าตัดโครงสร้าง

ถึงเวลาผ่าตัดโครงสร้าง

02 ส.ค. 2555

ถึงเวลาผ่าตัดโครงสร้าง : บทบรรณาธิการประจำวันที่2ส.ค.2555

               เหตุการณ์คาร์บอมบ์ด้านหลังโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี เมื่อเวลา 19.15 น.วันที่ 31 กรกฎาคม 2555 แรงระเบิดทำให้กำแพงและกระจกของโรงแรมได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังอพยพแขกและนักท่องเที่ยวออกจากโรงแรมแห่งนี้เป็นการด่วนและโกลาหล เคราะห์ดีที่มีผู้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็ได้เกิดเหตุหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ส่งผลให้ไฟฟ้าดับมืดมิดกันไปทั้งเมืองปัตตานี ชาวบ้านอกสั่นขวัญแขวนกันไปทั่ว เหตุการณ์ที่อุบัติขึ้นล่าสุดนี้ให้หลังจากโศกนาฏกรรมกลุ่มโจรรุมฆ่าทหารเสียชีวิต 4 นายที่บ้านกระหวะ ต.กระหวะ อ.มายอ จ.ปัตตานีเมื่อวันเสาร์ที่เพิ่งผ่านมา


               นี่ไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่โรงแรมซี.เอส.ถูกลอบวางระเบิด เพราะย้อนหลังกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม 2551 ก็เคยเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะเดียวกัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็มีสายข่าวของทางการรายงานว่า เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยรถต้องสงสัย 5 คัน เป็นรถปิกอัพยี่ห้ออีซูซุ ตอนครึ่ง 3 คัน และรถปิกอัพยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ ตอนครึ่งอีก 2 คัน ซึ่งประกอบคาร์บอมบ์ไว้เรียบร้อยแล้ว เตรียมพร้อมที่จะลอบเข้ามาก่อเหตุในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี จึงแจ้งให้ฐานปฏิบัติการต่างๆ ประจำทางเข้าเมือง 4 มุมเมืองให้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังมากขึ้นด้วย


               มีประเด็นล่าสุดที่น่าสนใจและควรต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณาจากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นใจกลางเมืองปัตตานีคือ ประการแรก โรงแรมซี.เอส.เคยถูกลอบวางระเบิดมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ 4 ปีก่อน ย่อมเป็นที่เข้าใจกันได้เองโดยทั่วไป ไม่เพียงเฉพาะเจ้าหน้าที่ด้านงานข่าวเท่านั้นว่า โรงแรมซี.เอส.ตกเป็นเป้าของการก่อเหตุร้าย ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะใช้มาตรการใดๆ ก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นได้ เพราะหาไม่แล้ว จะเป็นการซ้ำเติมปัญหาว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่หละหลวมหย่อนยาน และในทางกลับกัน ยิ่งจะไปเสริมสร้างความฮึกเหิมให้กลุ่มผู้ก่อการร้ายยิ่งขึ้นไปอีก เพราะดูเหมือนว่าพวกเขาจะสามารถ "เลือกลงมือ" ได้ตามใจชอบ 


               ประการที่ 2 ฝ่ายการข่าว "ได้กลิ่น" ว่าคนร้ายเตรียมคาร์บอมบ์ ในเขต อ.เมืองปัตตานีเอาไว้แล้ว 5 คัน ซึ่งจากเหตุการณ์เมื่อค่ำวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า การข่าวของทางการนั้นแม่นยำ เพราะนอกจากสถานที่ที่ถูกระเบิดจะค่อนข้างตรงกับเป้าหมายตามแผนการร้ายของกลุ่มก่อการแล้ว รถยนต์กระบะอีซูซุที่ใช้ก่อเหตุก็ตรงกับรายงานว่า เป็นหนึ่งในจำนวนรถยนต์ 5 คันตามรายงานด้วย ประเด็นนี้จึงเหมือนกับว่า เราปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นได้โดยรู้ทั้งรู้ว่าจะต้องมีขึ้นอย่างแน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง หรือไม่ที่ใดก็ที่หนึ่งในเมืองปัตตานี 


               จากกรณีพิจารณาทั้งสองประเด็น จึงมีคำถามตามมาถึงโครงสร้างการทำงาน การบังคับบัญชาสั่งการ ทั้งในเชิงรุกและเชิงรับโดยเฉพาะความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นว่ามีปัญหาอยู่ตรงไหนกันแน่ ครั้นจะโทษเรื่องการข่าวเหมือนที่แล้วๆ มาก็คงไม่ใช่เสียทีเดียว หรืออาจจะเข้าเค้าอยู่บ้างก็คงเป็นในลักษณะการข่าวที่ไม่สามารถปะติดปะต่อจนนำไปสู่เป้าหมายที่แท้จริงได้ หรือที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ ความหละหลวมของแผนงานในเชิงการป้องกัน ซึ่งหลักฐานที่ฟ้องอยู่ทนโท่เช่นนี้ เป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่า ถ้าหากรัฐบาลไม่เร่งแก้ไขในระดับลงลึกในรายละเอียดถึงขั้นผ่าตัดโครงสร้างการทำงานในเร็ววันแล้ว ความสูญเสีญก็จะเกิดขึ้นอีกไม่มีที่สิ้นสุด