
คุณธรรมตำรวจ
ทุกครั้งที่มีข่าวตำรวจเข้าไปพัวพันกับสิ่งผิดกฎหมาย ประชาชนมักเสียความรู้สึกมากกว่าคนทั่วไปทำความผิดในลักษณะเดียวกัน
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะชาวบ้านคาดหวังให้ตำรวจมีคุณธรรมศีลธรรมมากกว่าสาขาอาชีพอื่น
เนื่องจากหน้าที่การงานสัมพันธ์กับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ถ้าตำรวจดีมีคุณธรรมชาวบ้านก็เป็นสุข แต่ถ้าไม่ดีถึงขั้นเลวเสียแล้วก็เชื่อได้เลยว่าจะบันดาลสุขให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
จะว่าตำรวจเป็นดัชนีชี้วัดความทุกข์-สุขของประชาชนอันดับแรกเลยก็คงไม่ผิด
สังคมมักจะได้ข่าวตำรวจสีเทาตลอดมา คือ ไม่ดำ ไม่ขาว ไม่เลวสุดขั้วและก็ไม่ดีสุดลิ่ม อยู่กลางๆ ระหว่างดำกับขาว ด้วยเรื่องผลประโยชน์ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งสถานบริการ สถานบันเทิง บ่อนการพนัน ตู้ม้า สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ฯลฯ แลกรับส่วยเป็นรายเดือน
แม้จะรู้แต่เมื่อไม่มีพยานหลักฐานก็เอาผิดทางกฎหมายไม่ได้ ตำรวจ (กลุ่มนี้) ก็ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา
อาชีพตำรวจจำเป็นต้องมีคนที่มีคุณธรรม ระบบคัดกรองขั้นต้นเกิดขึ้นตอนสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ-โรงเรียนพลตำรวจ เมื่อเข้ามาแล้วก็ถูกอบรมให้มีระเบียบ วินัย และคุณธรรม เพื่อให้ได้คนที่ "ดี" ที่สุดคนหนึ่ง เพื่อมาปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
แต่เนื่องจากหน้าที่การงานให้คุณให้โทษได้ เกิดผลตอบแทนในรูปผลต่างตอบแทน ทำให้ตำรวจส่วนหนึ่งหลงระเริงไปกับสิ่งเหล่านี้
อาชีพตำรวจเงินเดือนน้อย แต่มีค่าตอบแทนทางสังคมสูง หลายคนมุ่งหวังสร้างอนาคตจากอาชีพนี้ จากค่าตอบแทนที่ปกปิด
คุณธรรมที่บ่มเพาะมาตั้งแต่สมัยเรียนเมื่อถูกละเลยบ่อยเข้า สุดท้ายก็กลายเป็นขยะในลิ้นชัก เป็นของแปลก ไม่คุ้น ไม่ชิน จนถึงขั้นรังเกียจชิงชัง ไม่อยากเข้าใกล้
สังคมตำรวจห่างหายจากการฝึกฝนให้คนมีคุณธรรมมานาน นับตั้งแต่จบออกจากโรงเรียนนายร้อยหรือโรงเรียนพลตำรวจ แม้จะมีผู้บังคับบัญชาคอยดูแลปกครองอยู่ ย่อมหลงหูหลงตาไปบ้าง
ดังนั้น องค์กรตำรวจสมควรหรือไม่ที่จะจัดอบรม แล้วทดสอบวัดระดับคุณธรรมข้าราชการในสังกัดเป็นประจำ อย่างน้อย 6 เดือนครั้งหรือปีละครั้งก็ยังดี อย่างน้อยก่อนจะทำอะไรลงไปก็ให้สำนึกดีคัดง้างบ้าง
ไม่ใช่ทำเลวอย่างหน้าชื่นตาบาน อย่างที่ (บางคน) เป็น !?!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



