คอลัมนิสต์

โลกผนึกกำลังให้ปล่อยซู จี

โลกผนึกกำลังให้ปล่อยซู จี

21 พ.ค. 2552

ถึงจะช้าไปสักนิดแต่ก็ยังไม่นับว่าช้าจนน่าเกลียด เมื่อไทยในฐานะประธานสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ได้ผนึกกำลังร่วมกับนานาประเทศออกแถลงการณ์แสดงความเป็นห่วงกรณีนางออง ซาน ซู จี วัย 63 ปี

 ผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญของพม่าและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถูกทางการพม่านำตัวขึ้นศาลในข้อหาละเมิดคำสั่งกักบริเวณ พร้อมกับแสดงความห่วงใยในสุขภาพอันอ่อนแอของเธอซึ่งเพิ่งหายป่วยจากอาการขาดน้ำ เบื่ออาหาร และความดันต่ำจนต้องให้น้ำเกลือ นอกเหนือจากเรียกร้องให้ปล่อยตัวเธอพร้อมด้วยนักโทษทางการเมืองทุกคนทันทีรวมไปถึงการแสดงความหวังว่าพม่าจะกลับคืนสู่ประชาธิปไตยและกระบวนการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ตลอดจนปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนตามข้อตกลงอาเซียนที่เคยทำไว้ 

 อย่างไรก็ดี อาเซียนได้แสดงจุดยืนเดิมๆ ว่าไม่เห็นด้วยที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรพม่า อย่างที่สหภาพยุโรป (อียู) กำลังเตรียมการอยู่ รวมไปถึงการอาจใช้วิธีขอร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านของพม่า รวมไปถึงจีนและอินเดียให้ร่วมมือกันกดดันจนกว่าจะยอมยุติการดำเนินคดีและปล่อยตัวเธอซึ่งถูกจองจำอยู่ในบ้านพักเกือบตลอดช่วง 19 ปีที่ผ่านมาให้เป็นอิสระโดยเร็ว

 ความเคลื่อนไหวของอาเซียนและนานาประเทศครั้งนี้มีขึ้นนอกเหนือจากเพื่อเห็นแก่มนุษยธรรมแล้ว ยังเป็นเพราะมีเงื่อนงำชวนสงสัยหลายประการ กรณีที่รัฐบาลรีบนำตัวเธอไปกักขังที่เรือนจำอินเส่งและรีบดำเนินคดีในข้อหาละเมิดเงื่อนไขการกักบริเวณในบ้านพัก ด้วยการให้ที่พักพิงแก่ชาวอเมริกันผู้หนึ่งที่ว่ายน้ำข้ามทะเลสาบแอบเข้าไปในบ้านของเธอโดยไม่มีใครทราบถึงแรงจูงใจ ซึ่งถ้าศาลตัดสินว่าผิดจริง เธออาจต้องโทษจำคุกถึง 5 ปี หนำซ้ำ ยังเห็นได้ชัดว่าการฟ้องร้องครั้งนี้ขัดกับกระบวนการสร้างความปรองดองแห่งชาติและบันไดก้าวสู่ประชาธิปไตย ไม่ต้องพูดไกลไปถึงอีกเงื่อนงำหนึ่งที่อาจเป็นไปได้ก็คือเป็นแผนการของรัฐบาลที่ต้องการหาเหตุควบคุมเธอต่อทันทีที่ได้รับอิสรภาพในวันที่ 27 พฤษภาคม จากที่ถูกกักบริเวณครั้งล่าสุดนาน 6 ปี ทั้งนี้เพื่อกีดกันเธอออกจากการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า

 ถึงแม้ว่ารัฐบาลพม่าจะยังคงนิ่งเฉยไม่มีปฏิกิริยาตอบรับท่าทีของประชาคมโลกอย่างเป็นทางการ แต่อย่างน้อยก็เริ่มมีสัญญาณที่ดีบ่งบอกว่าพม่าได้ยอมลดท่าทีแข็งกร้าวลงในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะกรณีเร่งเครื่องให้มีการการดำเนินคดีให้เร็วขึ้นผิดปกติ หรือยอมให้ผู้สื่อข่าวต่างชาติและท้องถิ่น เข้าทำข่าวการพิจารณาคดีเป็นครั้งแรก เห็นได้ชัดว่าการร่วมมืออย่างสร้างสรรค์และใช้แนวทางสันติของประชาคมโลกเท่านั้นที่จะกดดันพม่าให้ยอมเปิดกว้างและเคารพในกติกาสากลมากขึ้น