
ซากประวัติศาสตร์
ซากประวัติศาสตร์ : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
ผมอ่านข่าว "ผรท.น้อยใจ นายกฯ ไม่รับช่อดอกไม้" ด้วยความครื้นเครง เพราะรู้แล้วว่า มันต้องมีฉากนี้ที่สุรินทร์
สืบเนื่องจากนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เซ็นคำสั่งที่ 157/2555 แต่งตั้ง "คณะกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย" ทำให้หัวหน้ากลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ประมาณ 10 กลุ่ม ดีอกดีใจกันใหญ่
นั่นหมายถึงกระบวนการช่วยเหลือ ผรท.ครั้งที่ 3 หรือ "ผรท.บัญชี 3" ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
หลังจากทราบข่าวว่าจะมีการประชุม ครม.สัญจรที่สุรินทร์ บรรดาหัวหน้ากลุ่ม ผรท. 6-7 กลุ่ม โดย ส.ชัด (สุเนตร แก้วคำหาญ) ได้นัดหมายประชุมที่สำนักสงฆ์ บ้านหนองม่วง อ.ส่องดาว จ.สกลนคร ทำการปรึกษาหารือเรื่องการนำมวลชน ผรท. ไปแสดงความขอบคุณนายกฯ ยิ่งลักษณ์
กลุ่ม ผรท.ที่ใหญ่กว่าเพื่อนคือ กลุ่ม ส.อ๊อด (ละเอียด รัตนศรี) รับปากว่าจะนำกำลังไปพันกว่าคน ส่วนกลุ่มอื่นๆ ก็มาสมทบอีกพันเศษ รวมตัวเลขแล้ว ไม่น่าจะเกินสองพันห้าร้อยคน
เช้าวันจันทร์ กลุ่ม ผรท.อีสานได้มารวมตัวอยู่สนามมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เมื่อนายกฯ ยิ่งลักษณ์ มาถึงตึกล้านนาสถานที่จัดประชุม ครม. ฝ่ายประสานงานของเลขาธิการนายกฯ ก็เรียกให้ ส.ชัด (สุเนตร แก้วคำหาญ) เข้ามอบหนังสือขอบคุณนายกฯ ที่ให้ความสนใจแก้ไขปัญหา ผรท.
พลันที่ฝ่าย ส.อ๊อด ทราบว่า ส.ชัด มอบหนังสือให้นายกฯ ไปแล้ว ก็เกิดความไม่พอใจ จึงพามวลชนบุกเข้าไป โดยหวังจะยื่นหนังสือให้ถึงมือนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความขอบคุณ และมอบกระเช้าดอกไม้ให้กำลังใจ ทำเอาทีม รปภ.นายกฯ ต้องรีบออกมาสกัดกั้นไว้ก่อน เลยมีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่เล็กน้อย
ฉากต่อมา พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือพร้อมทั้งช่อดอกไม้ดังกล่าว กลุ่ม ส.อ๊อด จึงพอใจและพากันยกขบวนกลับออกมา
เหตุที่เกิดความสับสนครั้งนี้ เพราะกลุ่ม ส.อ๊อด ปีนเกลียวกับกลุ่ม ส.ชัด มานานแล้ว พูดง่ายๆ ส.อ๊อดต้องการเป็นผู้นำ ผรท.อีสานทั้งหมด แต่บังเอิญว่า ส.ชัด สามารถประสานงานกับภาครัฐได้ดีกว่า จึงทำให้กลุ่ม ส.อ๊อด ต้องรับฟัง แม้ในใจลึกๆ จะไม่ยอมรับก็ตาม
การเรียกร้องให้ช่วย ผรท.รอบที่ 3 ค่อนข้างครึกโครม เมื่อหัวหน้ากลุ่ม ผรท.หลายกลุ่มออกเดินสาย "ตั้งโต๊ะ" ล่ารายชื่อ "ผู้ประสงค์ที่จะเป็นสหาย" และเรียกเก็บเงินค่าแรกเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มรายละ 800-1,200 บาท
ยอดรวมตัวเลข ผรท.อีสานประมาณ 10 กลุ่ม ประมาณ 5-6 หมื่นคน ซึ่งพวกเขาเรียก ผรท.รุ่นนี้ว่า "รุ่นส่งข้าวส่งน้ำ" เพราะเป็นมวลชนที่ทำหน้าที่ส่งเสบียงอาหารให้ "ทหารปลดแอก" อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน
คำจำกัดความ "ผรท.บัญชี 3" แตกต่างจาก "ผรท.บัญชี 2" สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เนื่องจากสมัยที่แล้วใช้หลักเกณฑ์ต้องเป็น "คนป่า" เท่านั้น แต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ หัวหน้ากลุ่ม ผรท.เสนอให้นำ "คนบ้าน" เข้ามารวมกับ "คนป่า" (ตกค้าง)
ที่มากไปกว่านั้น ผรท.กลุ่มหนึ่งเปิดรับสมาชิกคนหนุ่มสาวที่เป็นลูกอดีตสหาย โดยอ้างว่าคนพวกนี้เป็น "สหายโดยสายเลือด" จึงสมควรได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล
วันนี้ คณะกรรมการแก้ไขปัญหา ผรท.ที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์แต่งตั้ง ยังไม่ได้มีการประชุมวางกรอบอะไร และหากว่าคณะกรรมการยึดตามเกณฑ์ใหม่ที่แกนนำ ผรท.ส่วนใหญ่เสนอให้เอารุ่นส่งข้าวส่งน้ำ ก็คงเป็นที่สนุกสนาน
เชื่อว่าตัวเลขผู้ประสงค์จะเป็นสหายทั่วประเทศ จะเพิ่มขึ้นเป็นหลักแสน และรัฐบาลต้องจ่ายรายหัว "รายละสองแสนสองหมื่นบาท" ก็เงินภาษีชาวบ้านทั้งนั้น
จึงขอฝากกรรมการแก้ไขปัญหาได้พิจารณาให้ถี่ถ้วนว่า จะช่วยเหลือใคร? ช่วยอย่างไร? เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ที่เดือดร้อนตัวจริง มิใช่ส่งเสริมขบวนการขายซากสหาย !



