
ปกป้องผืนป่าแบบยั่งยืน
ปกป้องผืนป่าแบบยั่งยืน : บทบรรณาธิการประจำวันที่1ส.ค.2555
ทรัพยากรป่าไม้ในประเทศไทยยังไม่ได้รับการดูแลและแก้ไขจากภาครัฐอย่างจริงจังเสมอต้นเสมอปลาย ป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติและแนวพรมแดน ถูกบุกรุกแผ้วถางอย่างต่อเนื่อง เกิดวิกฤติจากการพัฒนาภายในท้องถิ่นเองและกลุ่มนายทุนที่เข้ามาลักลอบตัดไม้ทำลายป่า เมื่อพื้นที่ป่าไม้ลดน้อยลงไม่ได้ส่งผลกระทบหรืออันตรายต่อระบบนิเวศเท่านั้น ยังทำให้ภูมิอากาศโดยรวมแปรปรวน เกิดภัยพิบัติต่างๆ ทั้งน้ำท่วม ฝนแล้ง ฤดูกาลไม่แน่นอน ภาคการเกษตรเกิดความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศตามมา ประชาชนสูญเสียทรัพย์สินมากมาย
กรณีการบุกรุกเขตอุทยานฯ ใน จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครราชสีมา ซึ่งเรียกกันติดปากว่า ผืนป่าเขาใหญ่ เป็นเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องศึกษาและเร่งดำเนินการเพื่อปกป้องผืนป่าทั่วประเทศซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่อง จากตัวเลขปัจจุบันเหลือไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ป่าทั้งหมดที่เคยมีในประเทศไทย ขณะเดียวกันยังมีข้อถกเถียงในเรื่องช่องโหว่ทางกฎหมายและขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของ 2 หน่วยงานที่ดูทรัพยากรป่า คือ กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมถึงปัญหาการออกโฉนดถือครองกรรมสิทธิ์โดยกรมที่ดินในบางพื้นที่ที่อาจคาบเกี่ยวกับเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์
แม้ว่าในที่สุดแล้วศาลจะมีคำพิพากษาให้รื้อถอนบรรดาบ้านพัก รีสอร์ท ที่บุกรุกพื้นที่อุทยานก็ตาม แต่ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะในความเป็นจริงพื้นที่ป่าบริเวณนั้นได้ถูกบุกรุกแผ้วถางจนกลายเป็นป่าเสื่อมโทรม ปรับเปลี่ยนเป็นบ้านพักและพื้นที่การเกษตรไปหมดแล้ว ป่าไม่เหลือไม้ที่มีค่าหายาก สัตว์ป่าต้องสูญหายไปโดยปริยาย แม้จะมีคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งก่อสร้างออกไปก็หยุดได้เพียงชั่วคราวแต่ก็เอาสภาพความเป็นป่ากลับคืนมาไม่ได้ บรรดาพ่อค้านายทุนพยายามหาช่องทางเข้ายึดครองต่อ ขณะที่ชาวบ้านเองเมื่อไม่มีที่ทำกินก็เข้าแผ้วถางบุกรุกเพิ่มเติม สุดท้ายป่าไม้และที่ดินก็ตกไปเป็นของนายทุนตามวัฏจักรเช่นนี้
เอกสารสิทธิปลอม การสวมสิทธิ์ หรือความเจ้าเล่ห์ ทุจริตคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ ช่องว่างทางกฎหมายยังเป็นปัญหาเรื้อรัง เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถหยุดยั้งการก่อสร้าง การบุกรุกพื้นที่ป่าได้ทันท่วงที ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ เนื่องจากการออกโฉนดทำกินยังล่าช้า หลายพื้นที่ไม่สามารถแยกพื้นที่ป่าและชุมชนได้ชัดเจน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบก็ต้องใช้หลักรัฐศาสตร์นำการบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากชุมชนอยู่กินกันมานานจนกลายเป็นเครื่องมือของนายทุนแทรกแซงกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นเข้าไปครอบงำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลต้องเร่งจัดสรรที่ทำกิน ออกเอกสารถือครองทั้งในรูปแบบของ ส.ป.ก. หรือโฉนดชุมชน แก้ไขกฎหมาย อุดช่องว่างระหว่างหน่วยงานที่คาบเกี่ยวกัน ปัญหาการบุกรุกผืนป่าต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนเพื่อพิทักษ์ให้ยั่งยืนก่อนประเทศไทยจะไม่เหลือป่าไม้จากวิกฤติในขณะนี้



