
กลัวป่วยหรือกลัวจน
สภาวะวิกฤติซึ่งครอบงำบ้านเมือง ผสมกับการป่วนโดยฝ่ายค้านและกลุ่มกดดันในและนอกสภา เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาของชาติ แต่ช่วงนี้มีเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มาเพิ่มความกังวลให้ประชาชนอีกด้วย
แต่ละวันมีแต่ข่าวเรื่องคนป่วย ผลสุดท้ายตรวจสอบแล้วเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา หรือบางรายเสียชีวิตเพราะสาเหตุอื่น ถึงกระนั้นยังวางใจไม่ได้ว่าเราจะรอด เพราะจำนวนประเทศที่มีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยเฉลี่ยประมาณ 1 คน
ตอนนี้ยอดรวมทั่วโลกเฉียดหมื่นคน หรือเกินหมื่นเล็กน้อย แต่จำนวนผู้เสียชีวิตไม่มากเท่าที่คนหวาดผวากัน จนสร้างความรู้สึกว่าเราเกรงกลัวกันจนเกินเหตุหรือไม่ เพราะไข้หวัดธรรมดา คนเป็นกันทุกปี ก็มีคนเสียชีวิตเช่นกัน
เอาเพียงยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุแต่ละปี มีหลายหมื่นคนแล้ว!
แต่ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคระบาด ต้องหาทางป้องกัน เพราะติดเชื้อลามเร็วง่าย ผู้ป่วยร่างกายไม่แข็งแรงพออาจเสียชีวิต ถ้าเข้าไม่ถึงยา หรือไม่ได้รับการรักษาถูกวิธี วงการแพทย์ต้องพยายามวิจัยคิดค้นยาใหม่ให้ได้ผล และผลข้างเคียงน้อยที่สุด
บางคนมองโลกในแง่ร้าย บอกว่ายาฝรั่งสำหรับรักษาไข้หวัดนกเหลือเยอะ เลยตีข่าวไข้หวัดประเภทใหม่ใหญ่โต ทั้งๆ ที่ระดับอันตรายต่างกันเยอะ
ความตื่นกลัวส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจทั่วโลก วงการท่องเที่ยว สายการบิน แหล่งบันเทิง ศูนย์การค้า เผชิญกับจำนวนคนใช้บริการลดลงอย่างมาก ต่อเนื่องจากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจโดยตรง เป็นการซ้ำเติมอย่างสาหัส
เมื่อคนกลัวติดเชื้อ ย่อมไม่อยากเดินทางโดยสายการบิน ส่งผลให้เกิดความซบเซาอย่างหนัก และเมื่อมีการแพร่เชื้อกว้างทุกขณะ หาทางควบคุมยับยั้งไม่ได้ ทำให้ผลด้านจิตวิทยาสร้างความเสียหายจากการเจ็บป่วยจริงๆ ดูญี่ปุ่นก็ได้
เดี๋ยวนี้คนญี่ปุ่นออกจากบ้านต้องสวมหน้ากาก โรงเรียนถูกสั่งปิดหลายพันโรงเพื่อไม่ให้โรคระบาดกระจาย จนทำให้องค์การอนามัยโลกต้องประกาศภัยขั้น 6 คือระดับสูงสุดสำหรับภัยจากโรคระบาด ก็ยิ่งเพิ่มความตื่นตระหนกขึ้นอีก
คนไทยทั่วไปยังไม่ตื่นเต้นมากนัก นั่นเพราะเราไม่ตระหนกง่าย ยิ่งเคยเจอไข้หวัดนก ฆ่าไก่ เป็ด ห่าน ตายเป็นเบือ ก็ยังมีนักการเมืองกินไก่โชว์กลางสนามหลวง หวังผลทางการเมือง แสดงให้เห็นการฉกฉวยโอกาสยามวิกฤติ
ยิ่งบางพวกมีคติพจน์ประจำใจ “กินเรื่องใหญ่ ตายเรื่องกลาง ตะรางเรื่องเล็ก” หรือ “คนเราเกิดมาแล้วต้องตาย จะช้าหรือเร็วเท่านั้น” ก็ทำให้ไม่แยแส
เอาเถอะ! นั่นเป็นเพียงบางพวก คนทั่วไปซึ่งยังรักตัวเองและไม่อยากให้เจ็บป่วยเป็นภาระและพาหะสำหรับคนใกล้ชิด ต้องระวังตัว ทำตามคำแนะนำของแพทย์ในด้านรักษาสุขภาพ ล้างมือบ่อยๆ ถ้าป่วยหนึ่งคนส่งผลกระทบทั้งบ้านและที่ทำงาน โชคร้ายมีโรคแทรกซ้อน อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่เกรงกลัว
มีร่างกายสมบูรณ์ ปลอดโรคภัยไข้เจ็บ แม้จะลำบากเรื่องเศรษฐกิจ ก็ยังมีพลังแรงใจสู้ได้ ถ้าล้มหมอนนอนเสื่อ ไม่มีเงินค่ารักษา มีหวังต้องม้วนเสื่อนิ! อิอิอิ!!!



