
อย่าทอดทิ้ง3จังหวัดใต้
อย่าทอดทิ้ง3จังหวัดใต้ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 31 ก.ค.2555
ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น คนทั่วไปต่างก็รับรู้ข่าวสาร แต่ก็ไม่ได้มีความรู้สึกที่มากกว่าความเป็นห่วงเป็นใย กระทั่งมาเกิดเหตุคนร้ายนั่งมาบนรถกระบะ 3 คัน ขับประกบมอเตอร์ไซค์ของทหาร จากนั้นเปิดฉากยิงใส่ในระยะใกล้อย่างเหี้ยมโหด ก่อนจะเข้าไปยิงซ้ำที่เป้ากางเกงอีกหลายนัด ราวกับต้องการแสดงให้เห็นสาเหตุของการประกบยิงครั้งนี้ หรือไม่ก็เพื่อให้ประเด็นในการสืบสวนสอบสวนมีมากกว่าเพียงแค่การก่อการร้ายในพื้นที่อีกกรณีหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ เสียงเตือนจากหน่วยงานด้านความมั่นคงดังกระหึ่มไปทั่วว่า ช่วงใกล้เทศกาลเดือนรอมฎอน เป็นช่วงที่อันตราย กลุ่มผู้ก่อเหตุร้ายมักจะฉวยโอกาสในช่วงนี้ก่อเหตุ ขณะเดียวกัน กลุ่มก่อเหตุร้ายนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายกลุ่ม บางกลุ่มก็ลงมืออย่างอิสระ ขณะที่บางกลุ่มทำอย่างมีระเบียบแบบแผน ยิ่งผู้ก่อเหตุสวมเสื้อผ้าไม่ต่างจากประชาชนทั่วไป วางปืนก็เป็นชาวบ้านทันที ก็ยิ่งทำให้ยากลำบาก กลับเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นเป้าชัดเจน เพราะสวมเครื่องแบบ
เหตุร้ายที่เกิดขึ้นนั้น ยังมีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เป็นช่วงที่จะมีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี ที่การประชุมสภาจะมีขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ และจากนั้นไม่นานก็จะต้องมีการนำร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2556 มาพิจารณา ก็ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ฝ่ายความมั่นคงไม่อาจตัดทิ้งจากการวิเคราะห์ถึงสาเหตุความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งข้อสังเกตเหล่านี้ ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในทุกครั้งมักจะถูกตั้งข้อสันนิษฐาน หรือการวิเคราะห์แทบจะไม่พบปัจจัยใหม่ๆ
แต่เหตุการณ์ล่าสุดนั้น เป็นที่สะเทือนขวัญ และบั่นทอนกำลังใจผู้คนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้คนที่ตกเป็นเป้าหมายกลุ่มผู้ก่อเหตุร้ายเหล่านี้ตั้งแต่แรก ภาพข่าวที่เผยแพร่ออกไปสร้างปฏิกิริยาให้แก่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และผู้คนทั่วโลกตกตะลึงได้ก็จริง แต่ในทางกลับกัน ภาพที่เสนอไปนั้นก็ส่งต่อจิตวิทยาแก่ประชาชนในพื้นที่โดยตรง และไม่แปลกใจอะไรที่สหพันธ์ครูในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะออกมาเรียกร้องมาตรการที่สามารถให้ความอุ่นใจ ให้ความปลอดภัยแก่พวกเขาจากหน่วยงานรัฐและจากรัฐบาล
ลำพังเพียงแค่การมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กับนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไปประสานกับสภาความมั่นคงแห่งชาติหลังเหตุสะเทือนขวัญเกิดไปแล้วร่วม 3 วัน สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลนี้ นอกจากความล่าช้าแล้ว กรณีมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิมไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ ที่ลงพื้นที่รับผิดชอบ ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม นับแต่รับตำแหน่งไม่เคยลงพื้นที่ 3 จังหวัดแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งหมดนั้นไม่ใช่ว่าแก้เปะปะ หากแต่ไม่คิดจะดับไฟอย่างจริงจัง และนั่นก็คือ การทอดทิ้งผู้บริสุทธิ์ใน 3 จังหวัดให้อยู่อย่างเสียขวัญ



