
'ไฟโด้'สุนัขทหารไฮเทคทบ.ซื้อใช้แทนจีที200
'ไฟโด้'สุนัขทหารไฮเทคทบ.ซื้อใช้แทนจีที200 : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
มหากาพย์การจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดรุ่น "จีที 200" จบลงด้วยผลพิสูจน์ประสิทธิภาพโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค) ว่าใช้งานไม่ได้จริง ส่งผลให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ชี้มูลความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อด้วยงบประมาณเกือบ 1,000 ล้านบาท ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้ฟื้นคดีขึ้นมาอีกรอบ
ส่วนการใช้งานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก แสดงจุดยืนว่า จะเสนอจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดรุ่น FIDO(ไฟโด้) มาใช้แทนจีที 200 และอยู่ในกระบวนการจัดหาจัดซื้อ
แหล่งข่าวระดับสูงในกองทัพการันตีว่า ไฟโด้เป็นเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในกองทัพสหรัฐ มีหลักการทำงานคล้ายสุนัขดมกลิ่น และมีประสิทธิภาพการทำงานไม่แพ้สุนัขดมกลิ่นชั้นยอด
ไฟโด้ ได้รับรางวัลสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมของกองทัพสหรัฐ เมื่อปี 2548 สามารถตรวจวัตถุระเบิดได้ทั้งในยานพาหนะ บุคคล และวัตถุต้องสงสัย นิยมใช้กันในหลายประเทศทั่วโลกที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบ เช่น อิรัก และอัฟกานิสถาน เป็นต้น
สนนราคาของไฟโด้ตกเครื่องละประมาณ 2-3 ล้านบาท โดยระบบเซ็นเซอร์จะทำหน้าที่จับไอระเบิดที่ลอยในอากาศ ซึ่งหน่วยงานเก็บกู้วัตถุระเบิดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จัดซื้อเข้ามาใช้งานตั้งแต่ปี 2550 จำนวน 7 เครื่อง และใช้ควบคู่กับจีที 200 มาโดยตลอด
ส่วนความคืบหน้าการจัดซื้อไฟโด้ทางหน่วยผู้ปฏิบัติงานเสนอความต้องการใช้งานมาประมาณ 40 เครื่อง แต่ยังไม่สามารถจัดซื้อได้ เพราะมีปัญหาการร้องเรียน และคงไม่สามารถซื้อมาใช้ได้ทันภายในปีงบประมาณ 2556
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กำลังพลในพื้นที่ใช้งานไฟโด้เป็นประจำทุกวัน ทั้งการตรวจวัตถุระเบิดตามด่านตรวจ การตรวจวัตถุต้องสงสัยและการตรวจบุคคลและยานพาหนะก่อนเข้าค่ายทหาร
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องตรวจวัตถุระเบิดรุ่น SAEBER4000 (ซีเบอร์4000) อีก 4 เครื่อง ที่มีหลักการทำงานคล้ายกัน แต่ผลจากการใช้งานจริงพบว่า ไฟโด้มีประสิทธิภาพกว่ากันมาก
ส่วนการจัดซื้อไฟโด้ลอตล่าสุด ทางหน่วยในพื้นที่ได้เสนอความต้องการไป เนื่องจากจำนวนเครื่องที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน โดยทราบว่าจะมีเครื่องลอตแรก จำนวน 4 เครื่องแต่ในขณะนี้ยังไม่ได้รับมอบ
"ก่อนการจัดซื้อมีการทดสอบการใช้งานมาก่อนหน้านี้ 4-5 เดือน มีหน่วยงานที่ร่วมทดสอบ เช่น กรมสรรพาวุธทหารบก หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด และเนคเทค โดยทดสอบกับวัตถุระเบิดทุกชนิด และได้ผล 100% เช่น ทดสอบจับวัตถุระเบิดแล้วล้างด้วยสบู่ เครื่องก็ยังตรวจจับได้"
ไฟโด้ยังสามารถประกอบเข้ากับแขนของหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดเพื่อลดความเสี่ยงของกำลังพล แต่ที่ผ่านมา หน่วยปฏิบัติยังไม่มีหุ่นยนต์ไว้ใช้งาน แต่ขณะนี้ได้สั่งซื้อไปแล้ว 1 ตัว และกำลังจะได้รับการส่งมอบเร็วๆ นี้
ขณะที่ นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค) กล่าวถึงกรณีที่กองทัพระบุว่า ในการทดสอบประสิทธิภาพของไฟโด้มีนักวิทยาศาสตร์ของเนคเทคเข้าร่วมด้วยว่า ต้องขอสรุปตรงนี้ก่อนว่า ที่เราไปร่วมกับกองทัพในครั้งนั้นเป็นการไปในฐานะผู้สังเกตการณ์เท่านั้น
ทั้งนี้ การเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ครั้งนั้น เนื่องจากเนคเทคได้รับหนังสือเชิญจากกรมสรรพาวุธให้เข้าไปร่วมทดสอบประสิทธิภาพของไฟโด้ร่วมกับคณะกรรมการจัดซื้อของกองทัพ เพราะเนคเทคเคยร่วมทดสอบประสิทธิภาพจีที 200 มาก่อน เราจึงส่งนักวิชาการไป 3 คน
"นักวิชาการรายงานว่าผลการทดสอบเป็นไปตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และได้ผล 100% มีการแจ้งเตือนทุกครั้งเมื่อนำวัตถุระเบิดไปทดสอบ แต่ยืนยันว่าเราไปในฐานะผู้สังเกตการณ์ ไม่ได้เป็นการรับรองผล เพราะหากจะมีการทดสอบ ต้องทำตามกระบวนการขั้นตอนของเรา" ผอ.เนคเทค กล่าวย้ำ
ด้าน นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิชาการกลุ่มแรกที่เปิดประเด็นจับพิรุธเครื่องตรวจวัตถุระเบิด "จีที 200" ในเว็บไซต์พันทิป กล่าวว่า ตนไม่มีปัญหากับไฟโด้ เพราะเป็นเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว และกองทัพก็มีประจำการมานาน
แต่การใช้งานของไฟโด้กับจีที 200 ต่างกัน เพราะไฟโด้ใช้จ่อเข้าไปใกล้วัตถุต้องสงสัย ส่วนจีที 200 ใช้ค้นหาระยะไกล แต่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เป็นไม้ลวงโลก ใช้งานไม่ได้จริง และเครื่องมือที่ใช้ค้นหาระเบิดในระยะไกลปัจจุบันก็ยังไม่มีจริง
"หากต้องการค้นหาระเบิดระยะไกลก็ต้องใช้วิธีอื่นผสมผสานกัน เช่น การข่าว การใช้หุ่นยนต์ และสุนัขทหาร ซึ่งในการก่อเหตุแต่ละครั้ง ทหารจะมีการข่าวอยู่แล้วว่าคนร้ายจะลงมือตรงจุดไหน เมื่อไหร่ ส่วนหุ่นยนต์ก็นำไปใช้ตรวจสอบแทนทหารเพื่อลดความสูญเสีย ขณะที่สุนัขทหาร แม้แต่กองทัพสหรัฐก็ได้ข้อสรุปแล้วว่า เป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็ต้องทำความเข้าใจกับผู้นำศาสนา แต่ในเขตเมืองคงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่"
นักวิชาการผู้เปิดประเด็นจีที 200 วิงวอนให้ผู้ใหญ่ในกองทัพเห็นความสำคัญของชีวิตกำลังพลมากขึ้น เช่น ต้องลงทุนกับเสื้อเกราะ บอมบ์สูท และหุ่นยนต์กู้ภัย ให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาพัฒนาหุ่นยนต์ และอุปกรณ์ป้องกันระเบิดมากมาย ก็ควรสนับสนุนและต่อยอดนำมาใช้งานจริงเพื่อความปลอดภัย และช่วยประหยัดงบประมาณของประเทศ
..........
(หมายเหตุ : 'ไฟโด้'สุนัขทหารไฮเทคทบ.ซื้อใช้แทนจีที200 : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)



