
'คำรณวิทย์'แถลงผลกวาดล้างอก.
"คำรณวิทย์" แถลงผลระดมกวาดล้างอก. คาดโทษ กก.สายตรวจ บก.สปพ. ไร้ผลงาน ปล่อยแถวตร. 5 พันนาย ปราบยาเสพติด ชี้ทำดีหรือไม่ดี ต้องได้ผลตอบแทน ยันไม่ใส่ร้าย แบ่งแยกสี เหตุมีสีเดียวคือ สีกากี ลั่นทำเพื่อปชช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. แถลงผลระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภทของทุกหน่วยในสังกัด ในช่วงระหว่างวันที่ 23-28 กรกฎาคม 2555 โดยสามารถจับกุมคดีเกี่ยวกับอาวุธปืน ได้ผู้ต้องหา 18 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน 347 กระบอก แบ่งเป็นอาวุธสงคราม 15 กระบอก อาวุธปืนธรรมดาชนิดต่าง ๆ มีทะเบียน 170 กระบอก ไม่มีทะเบียน 98 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 64 กระบอก จับกุมคดียาเสพติดได้ผู้ต้องหา 3,533 ราย คดีค้างเก่าตามหมายจับ คดีอุจฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ ได้ผู้ต้องหา 12 ราย คดีชีวิตร่างกายและเพศ ได้ผู้ต้องหา 31 ราย คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ได้ผู้ต้องหา 45 ราย คดีอื่น ๆ ได้ผู้ต้องหา 19 ราย และจับกุมสถานบริการผิดกฎหมาย 6 แห่ง
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า สำหรับผลการระดมกวาดล้างจับกุมครั้งนี้ ทุกกองบังคับการถือว่ามีผลการจับกุมเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งสามารถจับกุมอาวุธปืนได้ถึง 347 กระบอก ทั้งที่เดือนที่แล้วเพิ่มที่มีการระดมกวาดล้างและจับกุมอาวุธปืนไปแล้วถึง 300 กว่ากระบอก แต่เดือนนี้ก็ยังมีผลจับกุมได้เยอะซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจ แต่เราจะต้องระดมกวาดล้างต่อไปเพราะเหตุอาชญากรรมก็ยังคงเกิดอยู่เป็นประจำ อย่างเช่นเมื่อเช้านี้ก็มีเหตุฆาตกรรมในท้องที่ สน.สุทธิสาร ทั้งนี้ตนขอชื่นชม พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บชน. ซึ่งแม้เป็นกองเล็ก ๆ แต่ก็ยังสามารถจับกุมอาวุธปืนได้ถึง 20 กระบอก โดยในผลการรายงานตนจะเป็นคนดูรายละเอียดเองทั้งหมด ซึ่งผลการจับกุมจะชี้ให้เห็นว่าแต่ละกองบังคับการมีความสามารถแค่ไหน บางกองจับได้เยอะ บางกองจับได้น้อย นอกจากนี้ตนยังไม่พอใจผลการจับกุมของ กก.สายตรวจ บก.สปพ. เพราะไม่มีผลการจับกุมอาวุธปืนเลยสักกระบอก ทั้งที่มีอำนาจจับกุมทุกพื้นที่ อันนี้ตนไม่พอใจแน่นอน ไม่รู้ว่าเอาเวลาไปทำบัญชีอยู่หรือไม่ ซึ่งจะทำการตรวจสอบต่อไป
ปล่อยแถวตำรวจ 5,000 นาย ปราบยาเสพติดในพื้นที่นครบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและประกาศเจตนารมณ์ข้าราชการตำรวจไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติดและปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น. 1-9 บก.อคฝ. บก.สปพ. รวมประมาณกว่า 5,000 นาย พร้อมรถสายตรวจ 88 คัน จยย.เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และจราจรโครงการพระราชดำริ หน่วยอรินทราช รถผู้ต้องหา รวมถึงอาสาสมัครตำรวจบ้าน เพื่อออกปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่นครบาล
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนตั้งใจในการปฏิบัติงานให้เต็มที่และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจริงใจ ที่ผ่านมาตำรวจถูกตำหนิจากสื่อมวลชนในคดีต่าง ๆ ซึ่งหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นตนพร้อมจะออกไปรับผิดชอบและพร้อมจะยืนอยู่เคียงข้างทุกคน อย่างเช่น คดีจับแท็กซี่ผิดตัวในท้องที่ สน.ลาดกระบัง ตนก็ออกมารับผิดชอบให้ ซึ่งตนเน้นที่ผลงานเป็นหลัก หากทำดีก็ได้ผลตอบแทน และหากทำไม่ดีก็ได้รับผลตอบแทนเช่นกัน ส่วนนโยบายด้านยาเสพติดนั้นเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นกำลังหลักในการจับกุม ทำให้มีผลปราบปรามอย่างเป็นรูปธรรมโดยตลอด โดยนายกรัฐมนตรี รู้สึกเป็นห่วงเยาวชนและบุตรหลานจะไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด ตนจึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามไม่ให้มีส่วนยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด ส่วนการระดมกวาดล้างขอให้ทางผู้บังคับบัญชาวางแผนกำหนดจุดหมายปิดล้อมตรวจค้นให้ชัดเจนและเสนอมายังนครบาล โดยตนพร้อมจะส่งกำลังสนับสนุนให้ และหากมีข้อผิดพลาดตนพร้อมที่จะรับผิดชอบเอง และขอให้ตำรวจทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่
"ในอดีต พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยพูดว่า ตำรวจกับนักการเมืองทำงานต่างกัน แต่สิ่งที่ทำเหมือนกันอย่างหนึ่งก็คือ ทำเพื่อพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ตนยืนยันว่า จะไม่มีการใส่ร้ายกัน ไม่มีการแบ่งแยกสี เราสีกากีเหมือนกัน หากทำงานดีขอให้สบายใจได้ เราทุกคนทำเพื่อประชาชนเหมือนกัน"



