
ปราบโกงรัฐบาลต้องจริงจัง
ปราบโกงรัฐบาลต้องจริงจัง : บทบรรณาธิการ คม ชัด ลึก
การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้มีมติจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นในทุกกระทรวง อยู่ในความดูแลของปลัดกระทรวง โดยเป็นผลมาจากการทำเวิร์กช็อปร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยมีแผนการปฏิบัติงานร่วมกันหลายระยะ ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาลที่ต้องการแสดงเจตจำนงในความพร้อมรับการตรวจสอบและสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้แก่รัฐบาลชุดต่อไป ที่จะเข้ามาบริหารประเทศด้วย
นับเป็น 1 ใน 16 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้ มีรูปแบบของการจัดตั้งเบื้องต้นจะสร้างหน่วยงานขึ้นภายในกระทรวงนั้นๆ ก่อน แต่จะแยกเป็นคนละเรื่องกับผู้ตรวจสอบ เพราะผู้ตรวจสอบโดยหลักการจะทำแค่การตรวจสอบการทุจริตเท่านั้น แต่ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านทุจริตคอรัปชั่นนี้จะเป็นเรื่องของหลักธรรมาภิบาลส่งเสริมความโปร่งใสในการบริหารไม่ให้มีการทุจริตคอรัปชั่น โดยปลัดกระทรวงจะต้องทำหน้าที่ไล่ดูว่าภายในหน่วยงานที่เกี่ยวกับการตรวจสอบ ต่อต้านทุจริตคอรัปชั่นอะไรบ้าง แล้วนำมาบูรณาการร่วมกัน จากนั้นเมื่อเป็นรูปธรรมก็จะมีการแต่งตั้งหัวหน้าศูนย์ใหญ่ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี
ขณะที่ผลสำรวจ "ดัชนีคอรัปชั่นไทย" ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อเดินมิถุนายน ล่าสุดพบว่า ดัชนีคอรัปชั่นโดยรวมอยู่ที่ 3.5 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อนเมื่อเดือนธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการธุรกิจถึง 85.9% ระบุต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษให้แก่นักการเมืองและข้าราชการประจำ โดยค่าหัวคิวหรือเปอร์เซ็นต์ที่ถูกชักเพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 30-35% สะท้อนถึงมะเร็งร้ายคอรัปชั่นที่กำลังขยายตัวลุกลามอย่างรวดเร็วในเมืองไทย เมื่อคิดเป็นตัวเลขออกมาให้ดูว่างบลงทุนปี 2555 มีวงเงิน 840,143.2 ล้านบาท ถูกคอรัปชั่นไป 30-35% ก็เป็นเงิน 252,000-294,000 ล้านบาท มีผลกระทบต่อจีดีพีสูงถึง 2.18-2.54%
สถานการณ์คอรัปชั่นไทยรุนแรงมากขึ้นและอยู่ในอันดับที่ 13 ของเอเชีย สาเหตุของเชื้อร้ายการโกงกินลุกลามในระบบจนน่าเป็นห่วงเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ เม็ดเงินที่นักธุรกิจต้องจ่ายพิเศษเพื่อให้ได้งานเพิ่มสูงขึ้นมาก และงบประมาณในปีนี้ที่สูงขึ้นกว่าปีก่อน (และยังมีแนวโน้มว่าปีหน้าจะรุนแรงกว่าปีนี้ เพราะเม็ดเงินงบประมาณสูงขึ้นกว่าปีนี้) ดังนั้นทุกภาคส่วน โดยเฉพาะรัฐบาลต้องร่วมกันแก้ปัญหา เพราะนอกจากสร้างความเสียหายให้ประเทศ ยังทำให้สาธารณูปโภค หรือโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ประชาชนจะได้รับจากรัฐบาลมีคุณภาพต่ำลงจากการลดสเปกงาน
กระนั้นก็ดี เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศธงนำให้การแก้ปัญหาคอรัปชั่น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศแสะภาคเอกชนของไทย เป็นวาระแห่งชาติ ที่คนทั้งประเทศต้องร่วมมือกันและรณรงค์ให้เกิดเป็นกระแสต่อต้านของสังคม ไม่ให้วงจรนี้กลับคืนสู่ระบบจนกลายเป็นวัฒนธรรมของคนไทยที่เมื่อทำสิ่งไม่ถูกมากขึ้นแล้วกลายเป็นสิ่งถูก อย่าเพียงแค่จุดประกายเน้นความสวยหรูไปวันๆ รัฐบาลต้องจริงจังในการใช้กฎหมาย จริงใจที่จะฟันคนผิด ไม่เช่นนั้นแล้วศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นคงเป็นเพียงแค่เสือกระดาษตัวใหม่เท่านั้นเอง
..............
(หมายเหตุ : ปราบโกงรัฐบาลต้องจริงจัง : บทบรรณาธิการ คม ชัด ลึก )



