
เบิร์ธเดย์'ทักษิณ'เช็กเสียงรบ.ก่อนซักฟอก
เบิร์ธเดย์'ทักษิณ'เช็กเสียงรัฐบาลก่อนซักฟอก : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
เรียกว่าอุ่นหนาฝาคั่งจริงๆ สำหรับ "พิธีเปิดห้องสมุด ทักษิณ ชินวัตร” ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของ "ทักษิณ ชินวัตร"
มีทั้ง ส.ส.ปัจจุบันและสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และคนเสื้อแดง ไปร่วมงานจำนวนมาก แถมงานนี้มีสไกป์มาจาก "ผู้มีอำนาจ" นอกรัฐธรรมนูญจากนอกประเทศอย่าง "ทักษิณ" ยิ่งทำให้บรรยากาศในงานคึกคักกว่าวันประชุมพรรคเพื่อไทย
มีคนตั้งข้อสังเกตว่าวันเกิดของ "ทักษิณ" ในปีนี้คึกคักกว่าทุกปีเมื่อเปรียบเทียบกับ 3-4 ปีที่ผ่านมา เพราะเป็นช่วงฤดูโยกย้ายข้าราชการ และสมาชิกบ้านเลขที่ 111 พ้นโทษทางการเมือง แถมใกล้เทศกาลปรับคณะรัฐมนตรี "ปู 3" หลังจากบริหารงานมาเกือบ 1 ปี เมื่อรู้ "จุดอ่อน" ของรัฐบาลจึงเตรียมปรับปรุงหน้าตาคณะรัฐมนตรีใหม่
ถือเป็นการเพิ่ม "อำนาจ" การบริหารให้แก่ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" โดยเฉพาะ "รัฐมนตรี" ที่อยู่ในข่ายจะถูกปรับเปลี่ยนจะได้เร่งรีบทำผลงานให้เข้าตาก่อนจะถูกปรับออก
โดยมี "ว่าที่รัฐมนตรี" ที่มีชื่อปรากฏตามสื่อซึ่งคาดว่าจะได้เข้าไปนั่งเก้าอี้แทนพากันเดินเข้าออกทำเนียบรัฐบาลเหมือนกดดันการทำงานของรัฐมนตรีให้เร่งรีบทำงานมากยิ่งขึ้น
ประกอบกับสมัยประชุมนี้ "ฝ่ายค้าน" จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทำให้ "รัฐบาล" ต้องเตรียมปรับเพื่อรับมือศึกซักฟอกที่จะเกิดขึ้น
จึงเห็นบรรดาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักการเมือง พากันยกโขยงที่เดินทางไปพบ "ทักษิณ" โดยเฉพาะล่าสุดที่ฮ่องกง
มีทั้งในส่วนของ "พรรคเพื่อไทย" และ "พรรคร่วมรัฐบาล" ทำให้มีข่าวความเคลื่อนไหวของ "คนแดนไกล" ปรากฏอยู่ตลอดช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา
แต่ที่ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากกว่าใครคงไม่พ้น "พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์" ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่มีข่าวว่าไป "ฮ่องกง" พร้อมกับโผโยกย้ายข้าราชการตำรวจ เพราะในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพล (รองผบ.ตร.-ผบช.)
จึงถูกวิจารณ์ทำนองว่าหอบโผตำรวจไปหา "นักโทษ" แต่ไม่ใช่ไปจับกุมแต่ไปจับเข่าคุยมากกว่า
โดยมีเสียงแซวกันว่าช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ใครที่ไปเดินช็อปปิ้งที่ "ฮ่องกง" จะเจอคนไทย โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักการเมืองไทย เดินกันให้ขวักไขว่เต็มฮ่องกงไปหมด
หากมองด้านการบริหารจะชี้ให้เห็นถึงการ "จัดวางกำลัง" ในส่วนของหน่วยงานข้าราชการ เพื่อเป็นฐานการเมืองในอนาคตจึงไม่แปลกที่ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะทำอะไร ทาง "พรรคเพื่อไทย" จะรู้ความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด
ขณะที่ฐานการเมือง ก็ถือเป็นการ "เช็กเสียง" เพื่อแสดงให้เห็นว่านักการเมืองกลุ่มก้อนดังกล่าวยังเหนียวแน่นและยังคงซื่อสัตย์ต่อ "ทักษิณ" เหมือนเป็นการไปแสดงตัวให้เกิดความมั่นใจว่ายังอยู่กับพรรคเพื่อไทย
การเช็กฐานการเมืองไม่เพียงแต่เป็นการ "เช็กเสียง" ของสมาชิกภายในพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ยังเป็นการเช็กเสียงสมาชิกในฟากฝั่งรัฐบาลอีกด้วย
จะเห็นว่าระยะหลังเสียงของ "ฝ่ายนิติบัญญัติ" ในสัดส่วนของรัฐบาลทั้งในสภาล่างและสภาสูงไม่เป็นเอกภาพตั้งแต่มีการนำร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เข้าสู่การพิจารณา
โดยเฉพาะการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อหารือถึงแนวทางแก้ปัญหากรณีที่พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยื่นถอดถอน ส.ส.-ส.ว. 416 คน ที่ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 1 และ 2 รวมถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ไม่เข้าข่ายการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 แต่ถ้าจะมีการแก้ไขทั้งฉบับ ควรให้ทำประชามติสอบถามประชาชนก่อน โดยที่ประชุมมี ส.ส. และ ส.ว.เข้าร่วมประชุมประมาณ 60 คนเท่านั้น
สุดท้ายที่ประชุมก็ไม่สามารถหาข้อยุติได้ โดยให้ที่ประชุมนำเรื่องดังกล่าวหารือต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภาเป็นผู้เสนอทางออกอีกครั้ง
การเลือกตั้งหลังจากเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติแม้ว่า "พรรคการเมือง" ภายใต้การนำของ "ทักษิณ" จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับการเมืองไทยด้วยการชนะการเลือกตั้งแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างถล่มทลาย มีคะแนนเสียงการบริหารงานทั้งในส่วนของ "ฝ่ายบริหาร และนิติบัญญัติ" เกินกว่าครึ่ง แต่การบริหารงานกลับไม่เคยราบรื่น
ดังนั้นสิ่งที่ "พี่ชาย" ซึ่งพำนักอยู่นอกประเทศจะช่วย "น้องสาว" ในยามนี้ได้คือ "เช็กขุมกำลัง" เพื่อเรียกความมั่นใจให้ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" อย่างน้อยก็ยังมีกลุ่มการเมืองที่ยังคงสวามิภักดิ์ให้อุ่นใจในช่วงใกล้ศึกซักฟอก!
.......
(หมายเหตุ : เบิร์ธเดย์'ทักษิณ'เช็กเสียงรัฐบาลก่อนซักฟอก : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)



