คอลัมนิสต์

สำนึกในความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย

สำนึกในความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย

27 ก.ค. 2555

สำนึกในความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย : บทบรรณาธิการประจำวันที่27ก.ค.2555

              สื่อของเกาหลีใต้ประโคมข่าวว่านายนิชคุณ หรเวชกุล แห่งวงบอยแบนด์เกาหลีใต้ "ทูพีเอ็ม" เกิดอุบัติเหตุขับรถยนต์ชนท้ายรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง โดยพยานรายหนึ่งเผยว่าเห็นชายคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้นถนน มีเลือดออกมาจากศีรษะ ดูเหมือนจะขยับเอวไม่ได้ และเจ็บบริเวณไหล่มาก อย่างไรก็ตาม ตำรวจเกาหลีใต้ยืนยันหลังสอบปากคำนักร้องดังชาวไทยและผู้เสียหายเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บร้ายแรง  อย่างไรก็ตาม จากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของนายนิชคุณ ตำรวจตั้งข้อสงสัยว่าขับรถยนต์ขณะมีอาการมึนเมาแม้จะไม่ถึงขั้นแสดงอาการมึนเมาออกมา โดยจากการวัดแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดพบว่ามีอยู่ในปริมาณ 0.056% สูงกว่าที่กฎหมายของเกาหลีใต้กำหนดไว้ที่ 0.05% เข้าข่ายทำผิดกฎหมายเมาแล้วขับ ทำให้นายนิชคุณต้องถูกระงับใบอนุญาตขับรถชั่วคราว
 
              บริษัท เจวายพี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ต้นสังกัดของนายนิชคุณ รีบแถลงยอมรับผิดแต่โดยดี พร้อมกับขออภัยในความประมาทของทั้งนักร้องดังเองและต้นสังกัดจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น และยืนยันว่านายนิชคุณจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเต็มที่ในขั้นตอนการสอบสวนสืบสวนต่อไป แม้จะยอมรับผิด แต่เว็บไซต์ของ "แคริบเบียน เบย์" สวนน้ำชื่อดังในเกาหลีใต้ ได้ถอดภาพนายนิชคุณออกจากภาพโฆษณาออนไลน์ในวันรุ่งขึ้นทันที ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่น ได้ระงับออกอากาศรายการที่ "ทูพีเอ็ม" เป็นพิธีกร
 
              ไล่เลี่ยกันนั้น ประธานาธิบดีลี มยอง บัค แห่งเกาหลีใต้ได้แถลงขอโทษพร้อมกับค้อมศีรษะเป็นเวลานานหลายนาทีต่อประชาชนทั้งประเทศ กรณีนายลี ซัง ดึ๊ก พี่ชายซึ่งเป็นส.ส. 6 สมัยและคนใกล้ชิด ถูกตำรวจจับกุมในข้อหารับสินบน 600 ล้านวอน หรือกว่า 16 ล้านบาทจากธนาคาร 2 แห่ง ระหว่างปี 2550-2554 แลกกับการใช้อิทธิพลช่วยให้ธนาคารรอดพ้นจากการสอบสวนเรื่องทุจริตและการลงโทษ แต่สุดท้ายธนาคารเหล่านี้ถูกปิดกิจการ ทำให้ประชาชนต้องสูญเสียเงินฝากจำนวนมาก
 
              มองเผินๆ ทั้งสองกรณีนี้เป็นคนละกรณีไม่เกี่ยวโยงกันแต่อย่างใด แต่ลึกๆ ลงไปแล้ว ทั้ง 2 เหตุการณ์นี้ได้สะท้อนถึงวัฒนธรรมของชาวเกาหลีใต้ที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์และเคารพในกฎหมาย โดยไม่มีการหาข้อแก้ตัวใดๆ แม้จะเป็นความผิดเพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่เมื่อทำผิดแล้วต้องรับผิดชอบและต้องถูกลงโทษ นับเป็นเรื่องน่าละอายใจยิ่งที่คนไทยซึ่งครั้งหนึ่งเคยแข่งกับเกาหลีใต้ที่จะเป็นเสือเศรษฐกิจตัวที่ 5 อีกทั้งฉาวโฉ่ปานกันในเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น แต่ 20 ปีให้หลัง เกาหลีใต้ได้ก้าวข้ามปัญหาเหล่านั้น สามารถพัฒนาเศรษฐกิจจนเกือบจะทัดเทียมญี่ปุ่นและจีน อีกทั้งยังยกระดับจิตสำนึกของประชาชนให้เคารพในกฎหมายและร่วมกันปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ใครทำผิดต้องรับโทษโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ เทียบกับคนไทยที่ยังย่ำเท้าอยู่กับที่ เชิดชูแต่คนประเภทศรีธนญชัย หรือคิดหาหนทางเล็ดลอดจากบ่วงกฎหมายโดยไม่สำนึกในความผิดที่ก่อไว้แต่ประการใด