
เจ้านายใหม่กับวัฒนธรรมเดิมๆ?
เจ้านายใหม่กับวัฒนธรรมเดิมๆ? : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข [email protected]
ถึงแม้ว่าการแต่งตั้งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะสร้างความดีใจระคนด้วยความฉงนสงสัยแก่ตำรวจและผู้คนที่เกี่ยวข้องกับวงการตำรวจ
ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากความคุ้นชินต่อความล้มเหลวของระบบการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดขององค์กรตำรวจที่ถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองอย่างไร้กระบวนท่าตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา ประกอบกับความสับสนไร้ระเบียบของฝ่ายการเมืองที่ไม่สามารถตกลงกันได้อย่างลงตัวเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการจัดขั้วอำนาจเพื่อประโยชน์ของ(ใคร)? ส่งผลให้การแต่งตั้งผู้นำสูงสุดของตำรวจต้องเลื่อนแล้วเลื่อนอีก สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อระบบบริหารงานของเหล่าบรรดาผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
ความคุ้นชินดังกล่าวจึงสร้างความประหลาดใจ ระคนด้วยความเคลือบแคลงใจต่อการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดในครั้งนี้และพยายามที่จะค้นหาคำตอบที่มาซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลังการกระทำดังกล่าวของฝ่ายการเมือง ถึงแม้ว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว จะเป็นนายตำรวจที่มีความรู้ ความสามารถ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน มีระบบการทำงานที่ยอดเยี่ยมและมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างชนิดที่สมควรกล่าวขานให้ตำรวจรุ่นหลังนำไปเป็นใช้เป็นแบบอย่างที่ดีของการเป็นตำรวจผู้พิทักษ์รับใช้ประชาชน ยังไม่นับรวมกับความสุภาพ ทว่าสุขุม หนักแน่น และมีอุดมการณ์ที่มั่นคง ขยันขันแข็ง หนักเอาเบาสู้ มีวินัย และสิ่งที่สำคัญคือการเคารพและให้เกียรติแก่ผู้ที่อาวุโสกว่าสมดังฉายาที่บรรดาลูกน้องกล่าวขานลับหลังว่า "สุภาพบุรุษเดินดิน”
ทว่าคุณสมบัติส่วนตัวหรือสรรพคุณของเจ้านายใหม่ของตำรวจดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้น มิได้ทำให้ความกังวลของตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้คนที่เกี่ยวข้องหมดไป เพราะ "แหล่งข่าวเชื่อถือได้บอกว่า ผบ.ไม่มีสิทธิ์ใดๆ ในการแต่งตั้งเลย ทุกอย่างอยู่ในมือการเมืองหมด” นายตำรวจพูดด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่นในข่าวที่ได้รับ ภายหลังจากที่มีตำรวจบางคนในวงสนทนาเริ่มมีความหวังว่า เจ้านายคนนี้จะทำให้ระบบคุณธรรมการทำงานในโลกของตำรวจที่เจือจางหายไปในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมานั้นกลับคืนมา
เมื่อเครื่องมือที่สำคัญคือการให้คุณและให้โทษแก่ตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาถูกยึดครองโดยผู้ที่มีอำนาจแต่ไม่ได้มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ย่อมสร้างปัญหาต่อผู้ที่ได้รับมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตัวจริง ดังนั้น การคิดค้นยุทธศาสตร์และยุทธวิธีเพื่อแก้ไขปัญหาคนทำดีไม่ได้ดี หรือคนที่มีเพียงตั๋วและตังค์เท่านั้นที่ได้ดีเป็นโจทย์ที่ท้าทายเจ้านายคนใหม่ที่มีเวลาในการบริหารองค์กรตำรวจถึง 2 ปี
การสร้างขวัญและกำลังใจให้เกิดขึ้นแก่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานมิได้กระทำได้เพียง การจัดสวัสดิการ ให้แก่เหล่าบรรดาตำรวจอย่างที่เจ้านายคนเก่าปฏิบัติกันมาแต่เพียงเท่านั้น
ผู้นำตำรวจมืออาชีพอย่าง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว นั้นโจทย์ของการถอดรื้อวัฒนธรรมองค์กรที่ทำลายขวัญและกำลังใจของตำรวจผู้ปฏิบัติงานเป็นโจทย์ที่เหมาะสมกับศักยภาพมากกว่า หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเต็มไปด้วยตำรวจที่มีทัศนคติที่ว่า หากฉันอยากได้ดีต้องทำดี และดีที่ทำมิใช่เพียงการดูแลปรนนิบัตินายหรือนักการเมืองแต่เพียงเท่านั้น หากแต่เป็นการมุ่งพิทักษ์รับใช้ประชาชนเพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแล้วนั้น ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าผลการพิจารณาของฝ่ายการเมืองที่เลือก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ให้ขึ้นมารับตำแหน่งหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและสมควรได้รับการยกย่องสรรเสริญจากประชาชนอย่างแท้จริง !



