คอลัมนิสต์

อ่วมอรทัยด้วยกันทั้งคู่

อ่วมอรทัยด้วยกันทั้งคู่

24 ก.ค. 2555

อ่วมอรทัยด้วยกันทั้งคู่ : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา

              สภาพของ 2 พรรคใหญ่ในตอนนี้น่าจะเรียกได้ว่า อยู่ในอาการพอๆ กัน
 
              ฝั่งเพื่อไทยนั้น หลังจากลุ้นระทึกไปกับชะตากรรมของ "ตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ แม้ว่าที่สุดแล้วศาลจะยังไม่สั่งถอนประกันแต่ก็ยังต้องไปลุ้นต่อว่า อิสรภาพจะสูญสิ้นหรือไม่ในวันที่ 9 สิงหาคม
 
              แต่ที่ย่ำแย่สาหัสสำหรับ "ตู่" จตุพร ก็คือ ศาลได้กำชับและตักเตือนไปว่า ถึงจะมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่เพราะโดนคดีมาหนักหนาและส่วนใหญ่ได้มาเพราะปาก ก็เลยขออย่าได้ให้ความเห็นกระทบกับสิทธิเสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น
 
              เพราะศาลจะยอมให้ "ตู่" จตุพร ทำอย่างนั้นอีกต่อไปไม่ได้แล้ว
 
              ศาลกำชับด้วยว่า ให้ "ตู่" จตุพรตระหนักให้มากว่าการกระทำดังกล่าวอาจจะส่งผลที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง และศาลอาจมีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว
 
              ไม่รู้ "ตู่" จตุพร หนาวบ้างไหมกับคำสั่งศาล
 
              แต่ถึงกระนั้น เอาเข้าจริงแล้ววันที่ 9 สิงหาคม ศาลอาจลงได้อย่างน้อย 2 ทาง
 
              ทางแรกคือ ยกคำร้อง "ตู่" จตุพร รวมทั้ง นปช.ที่เรียกมาพร้อมกันในวันนั้น
 
              อีกทางก็คือ พรรคพวก นปช.บางคนอาจโดน "ตู่" จตุพรอาจรอด หรือไม่ก็เข้าซังเตไปกับเขาด้วย
 
              แต่ท่านผู้รู้กระซิบมาว่า เรื่องนี้ศาลตัดสินไม่มีพลาดหรอก ดูศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นตัวอย่างสิ พลพรรคเพื่อไทยแทบจะจำบ้านเลขที่ไม่ถูก
 
              ทางที่ศาลจะเดินจะต้องเป็นทางที่ไม่อาจให้ปัญหาย้อนกลับมาทำร้ายบ้านเมือง
 
              เพราะหากคดีนี้ออกมาแล้วไม่จบ ไม่ยุติ บ้านเมืองก็จะไม่สงบ
 
              แกนนำ นปช.และ "ตู่" จตุพร ต่างก็โดนคดี ก่อการร้าย มาด้วยกัน แต่ที่ถูกร้องให้ถอนประกันก็เพราะ "ปาก" พาไป
 
              จะพาไปไหนก็ต้องแล้วแต่ศาลที่นัด 9 โมงเช้าวันที่ 9 สิงหาคม
 
              คงไม่ต้องถามว่ากระทบกับแผน-เป้าหมายของ ทักษิณ ชินวัตร หรือเปล่า
 
              ก็ในเมื่อยุทธศาสตร์ของทักษิณนั้นมีคนเสื้อแดงขับเคลื่อนเป็นคู่ขนาน เกิดแกนนำบนเวทีมีอันเป็นไป พละกำลังมันจะเหมือนเดินได้อย่างไร
 
              ใครหน้าไหนมันจะกล้าพูดว่า "เผาเลยครับพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง"
 
              แต่ดูจากที่ "ป๋าเหนาะ" เสนาะ เทียนทอง ที่เพิ่งไปพบกับ ทักษิณ มาหมาดๆ ว่า นายห้างตราดูไบ ตอนนี้ไม่ดิ้นรนแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญว่าอย่างไร ก็ให้ว่าตามนั้น ทีละมาตรา ก็ไม่มีฝืน
 
              แล้วฝันของทักษิณจะมีโอกาสเป็นจริงหรือ ?
 
              ก็ในเมื่อจะแก้มาตราไหนก็ไม่ได้เอื้อให้ ทักษิณ ได้กลับเมืองไทยแบบไร้มลทิน คุกไม่ติด ได้เงิน 4 หมื่นกว่าล้านคืนหมด แถมคดีที่เหลือยกเลิกไป
 
              ยกเว้นว่าจะแก้ มาตรา 309 ที่รับรองอำนาจ-คำสั่งของ คณะยึดอำนาจ
 
              แล้วก็มาตรานี้แหละที่เป็นก้างตำคอพวกที่จะดันกฎหมายปรองดองเข้าสภาว่าสุดท้ายแล้วจะขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 นี้ด้วยหรือไม่
 
              มองซ้ายมองขวาถ้าไม่แก้มาตรานี้ ก็ยังมองไม่เห็นว่า ทักษิณ จะได้ประโยชน์ตรงไหน
 
              ถึงจะยืมปากป๋าเหนาะ มาบอกว่า ไม่เอาแล้วไม่เล่นการเมือง ไม่เป็นนายกฯ อีกก็เถอะ ชาวบ้านเขาได้ฟังก็คงได้แต่พยักหน้าหงึกๆ
 
              เพราะต่างก็รู้กันดีว่า ต่อให้ทักษิณ อยากเป็นแค่ไหน ในวันนี้ก็เป็นไม่ได้ เพราะถูกศาลสั่งจำคุก 2 ปี แถมยังถูกยึดทรัพย์อีก 4 หมื่นกว่าล้าน คุณสมบัติขัดกับรัฐธรรมนูญ
 
              ทักษิณ เองก็รู้ แต่ที่พูดฝากมาก็แค่ อยากให้ทุกฝ่ายเชื่อหน่อยว่า ไม่แก้แค้นใคร ไม่มักใหญ่ใฝ่สูงแล้ว
 
              แต่อย่าถามว่า ที่แกนนำกลุ่มนั้น กลุ่มนี้ รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลทยอยไปพบนั้น เพราะเรื่องอะไร
 
              ข้างฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ โดนเรื่อง "เกณฑ์ทหาร" เข้าไปก็ดูจะอ่วมไม่ใช่น้อย
 
              ถึงจะเป็นเรื่องส่วนตัวของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ในเมื่อ เป็นหัวหน้าพรรค และหากมีการเลือกตั้งก็จะเป็นผู้ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เมื่อมาเจอกับเรื่องนี้แบบไม่จบ ไม่เลิก ก็คงเหนื่อยไม่น้อย
 
              ถึงเรื่องนี้ อภิสิทธิ์ จะยืนยันว่า เรื่องคาอยู่ที่ศาล วิธีการทำงานของเพื่อไทยก็รุกเร้าให้คนสนใจว่าที่ว่ามานั้นมันจริงหรือเท็จ
 
              แต่พลพรรคเพื่อไทยก็มีวิธีกระตุ้นสื่อให้นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง จนทำท่าว่าจะกลบเรื่องแก้รัฐธรรมนูญเสียสนิทสมใจนึก
 
              ขนาด "ลูกโอ๊ค" พานทองเแท้ ชินวัตร ยังมาร่วมวงโหนชกข้ามรุ่น เหน็บแนมว่า จบรด.ได้ยศสิบตรี ภูมิใจกว่าหนีทหาร
 
              โดนรายวันแบบนี้ก็คงจะเพลียจิตเหมือนกันทั้งสองพรรค !

..........

(หมายเหตุ : อ่วมอรทัยด้วยกันทั้งคู่ :  ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา)