
เมื่อเวียดนามเตรียมตัวเป็นผู้นำอาเซียน
เมื่อเวียดนามเตรียมตัวเป็นผู้นำอาเซียน : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
กรุงโฮจิมินห์ - เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พูดถึงเกมมหาอำนาจกำลังอุบัติขึ้นในอาเซียน และมีคำถามตอนท้ายว่า ไทยกำลังทำอะไรอยู่ เพราะเหลืออีกเพียงสี่เดือนกว่าวาระของ "ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ" ในฐานะเลขาธิการอาเซียนจะครบพอดี ตอนนี้เวียดนามเตรียมตัวส่งนักการทูตระดับมือพระกาฬ คือนายเลอ เลือง มินห์ อดีตผู้แทนถาวรเวียดนามในองค์การสหประชาชาติมารับตำแหน่ง
นักการทูตคนนี้ถึงแม้นว่ายังไม่ได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ได้เข้ามาร่วมประชุมสุดยอดในเดือนเมษายนและการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศที่พนมเปญเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นต้นมา ต้องยอมรับว่าไม่ธรรมดา เวียดนามถือว่าอนาคตอาเซียนผูกติดกับอนาคตเวียดนามอย่างแยกออกจากกันไม่ได้
นอกจากนั้น เวียดนามต้องการนำพาอาเซียนไปในทางทิศทางที่ตัวเองต้องการ การมีเลขาธิการอาเซียนเป็นชาวเวียดนาม ทำให้เกิดพลวัตพิเศษที่เวียดนามต้องการนำมาใช้สนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจการเมืองความมั่นคงในอนาคต
ก่อนเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อปี 1995 ผู้นำเวียดนามได้ตั้งคำถามมากมายเพื่อหาคำตอบไว้ล่วงหน้าในเรื่องทิศทางอาเซียน สิ่งท้าทายทั้งหลาย เพื่อเตรียมพร้อมสู้กับปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ต้องชมว่าเวียดนามวางตัวได้ดีในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา ในการเอาประโยชน์จากองค์กรอาเซียนมาถึงปัจจุบัน เวียดนามมีความทะเยอะทะยาน ต้องการนำพาอาเซียนไปข้างหน้า มีบทบาทบนเวทีการเมืองโลก
ที่น่าสนใจ เวียดนามเข้าใจดี กลไกอาเซียนเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทำเรื่องอาเซียนยังคงเป็นทีมเดียวกัน ไม่เปลี่ยน รู้ลึกตื้นหนาบางองค์กรดีมากๆ ไม่เหมือนของฝ่ายไทย มีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่กันเป็นว่าเล่น ไม่รู้ต้นไม่รู้ปลาย
เวียดนามต้องเปลี่ยนสถานภาพจากการเป็นประเทศส่งออกมาเป็นฐานเศรษฐกิจใหม่ โดยการเพิ่มคุณภาพการศึกษาและความชำนาญทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของแรงงานหนุ่มสาวทั้งหลาย ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญมากๆ ของเวียดนาม
ทางด้านการต่างประเทศและความมั่นคงเวียดนามมีภาษีมาก เนื่องจากได้ผูกมิตรกับมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรปได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้นว่าเวียดนามจะทะเลาะกับจีนในทะเลจีนใต้ เวียดนามพยายามรักษาสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองพรรคคอมมิวนิสต์ ไม่ให้มันแตกหัก สร้างศัตรูไม่จำเป็น ไม่พยายามเอาข้อพิพาททะเลจีนใต้มาประสมประสานกัน
เวียดนามตอนนี้มีคู่แข่งคือพม่า ประชาคมต่างประเทศได้ชื่นชมทิศทางการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีของพม่าคือการขยายพื้นที่เวทีประชาธิปไตยอย่างรวดเร็ว ซึ่งเวียดนามยังทำไม่ได้ มีข้อจำกัดมากมายในประเด็นการเมือง
อย่างไรก็ดี เวียดนามรู้ดีว่า การเมืองละเอียดอ่อนบางเรื่อง เช่นสิทธิมนุษยชนต้องให้ความสนใจเช่นกัน เวียดนามได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษชนในกรอบองค์การสหประชาชาติแล้ว ในอนาคตอาจจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการสิทธิมษุนชนแห่งชาติ
เวียดนามต้องปฏิรูปอีกมากโดยเฉพาะทางเรื่องสังคมเพื่อเปิดสังคมให้กว้างมากขึ้นเพื่อเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐ เอกชนซึ่งกำลังจะมีบทบาทมากขึ้น และภาคประชาสังคมซึ่งล้าหลังมาก



