คอลัมนิสต์

ทัพเรือภาคที่3ซ้อมรับ'บรรเทาสาธารณภัย'

ทัพเรือภาคที่3ซ้อมรับ'บรรเทาสาธารณภัย'

23 ก.ค. 2555

ทัพเรือภาคที่3เตรียมพร้อม ซ้อมรับ'บรรเทาสาธารณภัย' : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

                 กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 จัดให้มีการฝึกซ้อมการบรรเทาสาธารณภัยทางทะเลในพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยมี พล.ร.ท.ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ รองเสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานร่วมกับ พล.ร.ท.ธราธร ขจิตสุวรรณ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต                                                                                                    
              ทั้งนี้ ทัพเรือภาคที่ 3 รับผิดชอบพื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งทะเลอันดามัน รวม 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง และสตูล มีความยาวประมาณ 300 ไมล์ทะเล มีพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะประมาณ 3 หมื่นตารางไมล์ทะเล มีภารกิจหลักในภาวะปกติคือการให้ความปลอดภัยต่อประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวเนื่องทางทะเล
   
              การฝึกซ้อมการบรรเทาสาธารณภัยทางทะเลครั้งนี้กำหนดสถานการณ์การฝึกไว้ 3 สถานการณ์
   
              1.การลำเลียงผู้ป่วยด้วยเฮลิคอปเตอร์ (ฮ.) จากเกาะราชาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การลำเลียงจำต้องกระทำด้วยความรวดเร็ว
   
              2.เกิดเหตุการณ์เรือสินค้าชนกับเรือท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวที่อยู่บนเรือได้รับบาดเจ็บ และได้กระโดดลงทะเลลอยคออยู่เป็นจำนวนมาก ทัพเรือภาคที่ 3 จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเรือยางเข้าทำการช่วยเหลือ พร้อมสนธิกำลังจากหน่วยงานต่างๆ และจัดตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นเพื่อคัดกรองผู้ประสบภัย ก่อนจะนำผู้ป่วยอาการสาหัสส่งโรงพยาบาล
   
              3.การจำลองสถานการณ์ที่เกิดจากภัยธรรมชาติหรือภัยที่มนุษย์ก่อขึ้นมา ซึ่งมีความจำเป็นต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย โดยมีการอพยพประชาชนขึ้นเรือหลวงมันนอก และเรือหลวงมันใน ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบก หรือเรือรบที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ 3 เพื่ออพยพประชาชนไปยังจุดที่ปลอดภัย
   
              พล.ร.ท.ธราธร กล่าวว่า การฝึกซ้อมในครั้งนี้เป็นการบูรณาการ และผนึกกำลังจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งหมด 18 หน่วยงานเพื่อบรรเทาสาธารณภัย โดยสิ่งที่ทัพเรือภาคที่ 3 กังวลในขณะนี้คือการให้ความรู้กับประชาชน หลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดเหตุแผ่นดินไหว 8.6 ริกเตอร์ที่อินโดนีเซีย ส่งผลให้ประชาชนแตกตื่นกันมาก
   
              ดังนั้น เราจึงอยากให้ภาคประชาชน โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มีการฝึกซ้อม เพื่อที่เวลาเกิดเหตุประชาชนในพื้นที่จะได้รู้ว่าจะต้องเดินทางไปไหนเพื่อป้องกันชีวิต และทรัพย์สิน ขณะเดียวกันหน่วยงานที่ทำหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยก็ต้องมีความพร้อมทั้งบุคคล และยุทโธปกรณ์ สามารถปฏิบัติการได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น
   
              ทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะที่เป็นหน่วยหลักในการช่วยเหลือ และบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล จึงได้ร่วมกับ จ.ภูเก็ต อปท.ต่างๆ ศูนย์นเรนทร และมูลนิธิกู้ภัยจัดให้มีการฝึกซ้อมบรรเทาสาธารณภัยทางทะเลขึ้น และหลังจากนี้จะขยายผลดำเนินการไปยังจังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ให้ครบทั้ง 6 จังหวัดอันดามัน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของกำลังพล และยุทโธปกรณ์
   
              “การฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นการนำร่องเพื่อให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานร่วมกันในสถานการณ์ฉุกเฉิน และจะเป็นแนวทางในการประสานการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่เพื่อหาข้อขัดข้อง และข้อปรับปรุงที่จะทำให้การปฏิบัติร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต” พล.ร.ท.ธราธรกล่าว
   
              ทั้งนี้ หลังการฝึกซ้อมจะมีการนำเอาแผนของหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบมาบูรณาการด้วยกัน เพื่อจัดทำ "แผนรวม" เมื่อทำแผนรวมได้แล้วก็จะนำไปสู่การฝึกซ้อมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่หากเกิดภัยพิบัติ
   
              ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ย้ำว่า อยากให้ประชาชนตื่นตัวในการที่จะรองรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ส่วนการให้ความรู้ของทัพเรือภาคที่ 3 นอกจากการจัดบรรยายแล้ว ยังมีการทำจัดทำเว็บไซต์ให้ความรู้ต่อประชาชน เช่น สภาพภูมิอากาศ โดยจะอัพเดทข้อมูลตลอดเวลาเพื่อแจ้งเตือนชาวประมงที่จะออกทะเล และแจ้งเตือนประชาชนหากเกิดเหตุขึ้น
   
              “แผนที่จัดทำจะครอบคลุมภัยพิบัติทั้งหมด โดยกำลังพลของเรามีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง โดยเราตั้งเป็นหน่วยเฉพาะกิจ และเป็นหน่วยประจำอยู่แล้ว มีเครื่องมือครบสมบูรณ์ เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นทัพเรือภาคที่ 3 จะไม่ทอดทิ้งประชาชน เราจะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนทุกพื้นที่”
   
              ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวให้ความมั่นใจว่า ทัพเรือภาคที่ 3 ได้กระจายกำลังครอบคลุมในทุกพื้นที่ เช่นที่ จ.พังงา มีฐานทัพเรือพังงา และกองพัน 22 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานรักษาฝั่ง, จ.ภูเก็ต มีกองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3  และ จ.กระบี่ มีหน่วยทหารนาวิกโยธิน จำนวน 1 กองพัน
   
              นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางทะเลฝั่งอันดามันที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.กระบี่ และที่ จ.สตูล มีหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานรักษาฝั่ง และหน่วยกองเรือดำน้ำ ที่พร้อมจะดูแลประชาชน รวมถึงอากาศยานที่พร้อมเคลื่อนพลช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที


.........

(หมายเหตุ : ทัพเรือภาคที่3เตรียมพร้อม ซ้อมรับ'บรรเทาสาธารณภัย' : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)